รับฟังความคิดเห็นของประชาชน

เปิดรับฟังความคิดเห็น  วันที่ 4 กันยายน 2563 เวลา 8.30-14.30 น.

ณ โรงแรมแคนทารี โคราช จังหวัดนครราชสีมา

ชื่อโครงการ

ข้อมูลสำหรับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ชื่อสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ขอรับใบอนุญาต

ชื่อภาษาไทย : เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (ปว. มทส.)

ชื่อภาษาอังกฤษ : Suranaree University of Technology Research Reactor (SUT-RR)

เหตุผลความจำเป็นและวัตถุประสงค์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ประสงค์ที่จะศึกษา วิจัย และให้บริการการวิจัยด้านรังสี ด้วยเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยขนาดเล็ก (Miniature Neutron Source Reactor; MNSR) โดยการเน้นการบูรณาการใช้ประโยชน์องค์ความรู้ร่วมกันระหว่างฟิสิกส์นิวเคลียร์ เวชศาสตร์นิวเคลียร์ และสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์ทางรังสีได้หลากหลายเทคนิค เช่น การวิเคราะห์ธาตุโดยเทคนิคการอาบรังสีนิวตรอน (Neutron Activation Analysis; NAA) การถ่ายภาพวัสดุโดยใช้นิวตรอน (Neutron Radiography) และเทคนิคการจับยึดนิวตรอนด้วยโบรอน (Boron Neutron Capture Therapy; BNCT) ซึ่งเป็นการใช้นิวตรอนในการรักษาโรคมะเร็ง โดยทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็ง และไม่ทำลายเนื้อเยื่ออื่นๆ โดยรอบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการผ่าตัด และลดการบอบช้ำของผู้ป่วย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีจึงได้กำหนดให้มีแผนการสร้าง และดำเนินการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยขนาดเล็ก เพื่อผลิตนิวตรอนสำหรับนำมาใช้งานด้านต่าง ๆ เพื่อการศึกษาวิจัย และให้บริการด้านรังสีรักษา

คำอธิบายสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยขนาด 45 กิโลวัตต์ความร้อน แบบ Miniature Neutron Source Reactor (MNSR) ซึ่งเป็นเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบ tank-in-pool ใช้น้ำเป็นตัวหน่วงนิวตรอนและเป็นสารหล่อเย็น โดยโครงการอยู่ในเขตมหาวิทยาลัย บริเวณใกล้เคียงกับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ผู้ขอรับใบอนุญาต

ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยรังสีรักษาจากโบรอนจับยึดนิวตรอน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการของผู้ขอรับใบอนุญาต

1. สำรวจและเลือกพื้นที่ตั้งโครงการ

2. ขอรับใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (ปี 2562)

3. ขอรับใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (ปี 2564)

4. ดำเนินการก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์ ปว. มทส. (ปี 2564 - 2565)

5. ทดสอบระบบก่อนการบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ (ปี 2565)

6. ขออนุญาตบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์และทดสอบเดินเครื่อง (ปี 2565 )

7. บรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ทดสอบการเดินเครื่อง (ปี 2565)

8. ขอรับใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (ปี 2566)

9. เริ่มดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ (ปี 2566)

การออกแบบตามข้อกำหนดหรือมาตรฐานด้านความปลอดภัย

- ออกแบบโดย China Institute of Atomic Energy (CIAE) เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่มีลักษณะ ถังปฏิกรณ์อยู่ภายในบ่อ (tank in pool) ใช้เชื้อเพลิงเป็นยูเรเนียมไดออกไซด์ความเข้มข้นต่ำ
- การออกแบบ เป็นไปตามมาตรฐานและคู่มือออกแบบของประเทศจีน และมาตรฐานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ IAEA-TECDOC-1347

ลักษณะของพื้นที่ตั้ง

- พื้นที่ตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ปว. มทส. อยู่ในมหาวิทยาลัย ในบริเวณที่ปัจจุบันเป็นพื้นที่ว่าง ไม่มีอาคารสำนักงานและที่พักอาศัย โดยมีชุมชนขนาดเล็ก 10 หลังคาเรือนตั้งอยู่ห่างจากเครื่องปฏิกรณ์ 300 เมตร

- บริเวณพื้นที่ตั้ง เป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงอันตรายน้อยมากจากภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว อุทกภัย ดินถล่ม ดินทรุด และยังเป็นบริเวณที่รากฐานมีความมั่นคงแข็งแรง

มลพิษ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

- ผลกระทบทางรังสีจากกรณีอุบัติเหตุรุนแรง จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่อยู่ในระยะไม่เกิน ๗๐ เมตรจากแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ปว. มทส. ซึ่งอยู่ในเขตพื้นทีี่ที่กำหนดให้เป็นพื้นที่กีดกัน

- เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ปว. มทส. ตั้งอยู่ห่างจากแหล่งน้ำ และจากการขุดสำรวจไม่พบน้ำบาดาลในระดับความลึกที่จะก่อสร้างอาคาร

- ในกรณีอุบัติเหตุรุนแรงที่สุด ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ห่างจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ปว. มทส.ในรัศมี 10 เมตร จะได้รับปริมาณรังสียังผลรวมสูงสุด (Maximum Total Effective Dose Equivalent ,TEDE) มีค่าเท่ากับ 0.0619 mSv และ
ปริมาณรังสีที่ต่อมไทรอยด์ มีค่าเท่ากับ 0.0600 mSV

มาตรการป้องกัน

- เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ปว. มทส. ถูกออกแบบให้มีระบบความปลอดภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เช่น การดับเครื่องอัตโนมัติ ระบบระบายความร้อน ระบบไฟฟ้าสำรอง

- เมื่อเริ่มก่อสร้าง จะมีการติดตั้งเครื่องมือเพื่อตรวจวัดระดับรังสีโดยรอบ

- มีการเตรียมการด้านแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีเพื่อรองรับต่อเหตุฉุกเฉิน คลิกเพื่อดูแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี BNCT

รวบรวมประเด็นคำถามจากการรับฟังความเห็นประชาชนต่อการตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี วันที่ 4 กันยายน 2563

1. ด้านผลกระทบทางรังสีจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย
1.1 หากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเกิดการรั่วไหล จะผลกระทบทางรังสีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อย่างไร
1.2 หากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเกิดการรั่วไหล จะส่งผลกระทบทางรังสีต่อการเกษตรกรรมโดยรอบบริเวณหรือไม่ อย่างไร
1.3 ของเหลวอันตรายจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย สามารถซึมผ่านน้ำใต้ดินได้หรือไม่ และมีวิธีการจัดการอย่างไร
1.4 มีวิธีการในการจัดเก็บและจัดการกากกัมมันตรังสีอย่างไร
1.5 มีมาตรการอย่างไรในการเตรียมความพร้อมและการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
2. ด้านผลกระทบอื่น ๆ นอกเหนือจากผลกระทบทางรังสี
1.1 ข้อเสียของการจัดตั้งโครงการคืออะไร
1.2 ในระหว่างการก่อสร้างโครงการและหลังจากที่โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ โครงการจะก่อให้เกิดมลภาวะ เช่น ฝุ่น เสียง หรือกลิ่นรบกวนหรือไม่
3. ในระหว่างการก่อสร้างโครงการและหลังจากที่โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ มทส. จะมีแนวทางในการจัดการพื้นที่อย่างไร เช่น การก่อสร้างอาคารขึ้นใหม่ ต้องอยู่ห่างจากโครงการเท่าใด


ด้านการใช้ประโยชน์และการรักษามะเร็ง
1. เทคนิคการรักษามะเร็งแบบ BNCT ดีกว่าแบบฉายแสงปัจจุบันอย่างไร และรายละเอียดขั้นตอนกระบวนการรักษาผู้ป่วยเป็นอย่างไร และ ใน 1 วัน สามารถดูแลคนไข้ได้จำนวนเท่าไร และสำหรับ 1 คนใช้เวลารักษานานเท่าไร
2. เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยชนิดนี้สามารถใช้ในงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ด้านอื่นได้หรือไม่ นอกเหนือจากการใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง
3. โครงการนี้ สามารถใช้รักษาผู้ป่วยโรคอื่นใดได้อีกบ้าง
4. ผู้ป่วยจะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลด้วยเทคนิคการรักษามะเร็งแบบ BNCT หรือไม่ อย่างไร
5. การรักษาด้วยเทคนิคการรักษามะเร็งแบบ BNCT นี้ มีผลข้างเคียงต่อร่างกายหรือไม่ อย่างไร


ด้านรายละเอียดโครงการ
1. อาคารของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยห่างจากรั้ว มทส. เป็นระยะทางกี่เมตร
2. เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยสำหรับการรักษามะเร็งแบบ BNCT แบบเดียวกับเครื่อง ปว. มทส. นี้ มีการใช้งานที่ต่างประเทศ หรือไม่ ประเทศใดบ้าง และใช้งานมาแล้วกี่ปี
3. การรักษาด้วยเทคนิคการรักษามะเร็งแบบ BNCT มีการใช้งานที่อื่นในประเทศไทยอีกหรือไม่


ข้อเสนอแนะ
เสนอแนะให้มีการตั้งกองทุนเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงจัดสรรงบพัฒนาศักยภาพหน่วยบริการในพื้นที่รองรับการดูแลเฝ้าระวังผลกระทบตามความอันตราย

วันที่เผยแพร่แบบฟอร์มรับฟังความคิดเห็น 30 พฤษภาคม 2562

Search