เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) กำลังเป็นที่จับตาของทั่วโลกในฐานะทางเลือกด้านพลังงาน แต่ทุกท่านทราบหรือไม่ครับว่า “การเลือกสถานที่ตั้ง” (Siting) นั้น มีกระบวนการที่เข้มงวด รัดกุม และต้องคำนึงถึงปัจจัยรอบด้านมากแค่ไหน?
วันนี้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ขอพาทุกท่าน ทั้งนักวิชาการ ผู้บริหาร และพี่น้องประชาชน ไปถอดบทเรียนกรณีศึกษาจากรัฐเนบราสกา สหรัฐอเมริกา ที่เพิ่งประกาศผลการศึกษาระยะที่ 2 (Phase 2) ไปเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการกำกับดูแลความปลอดภัยระดับสากลได้อย่างชัดเจนครับ
จากการคัดกรองเบื้องต้นจาก 32 แห่งทั่วรัฐ เหลือ 16 แห่ง ในระยะนี้ทีมผู้เชี่ยวชาญ (1898 & Co. และหน่วยงานการไฟฟ้าของเนบราสกา – NPPD) ได้ลงพื้นที่จริงเพื่อประเมินสภาพแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน และวิเคราะห์ผ่านแบบจำลองเชิงปริมาณ (Quantitative Decision Matrix) ด้วยเกณฑ์ชี้วัดถึง 32 ข้อ โดยไม่ได้มองแค่ “ความปลอดภัย” ในมิติเดียว แต่ให้น้ำหนักครอบคลุมถึง:
1. ด้านวิศวกรรมและต้นทุน (33.3%): ระบบส่งไฟฟ้า โครงสร้างถนน พื้นที่อุตสาหกรรม
2. ด้านสุขภาพและความปลอดภัย (25.3%): เป็นหัวใจสำคัญของหน่วยงานกำกับดูแล
3. ด้านทรัพยากรน้ำ (24.0%): ปริมาณน้ำต้องเพียงพอโดยไม่กระทบชุมชน
4. ด้านเศรษฐกิจและสังคม (11.8%): การยอมรับและผลกระทบต่อวิถีชีวิต
5. ด้านระบบนิเวศ (5.6%): การรักษาสภาพแวดล้อมโดยรอบ
หัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้: การมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากการประเมินทางเทคนิคแล้ว สิ่งที่น่ายกย่องในกรณีนี้คือการจัดกิจกรรม “Coffee & Conversation” ในทั้ง 16 พื้นที่ เพื่อเปิดวงพูดคุยกับประชาชนอย่างโปร่งใส ตอบทุกข้อสงสัยตั้งแต่เรื่องความปลอดภัย การจัดการกากนิวเคลียร์ ไปจนถึงเรื่องเศรษฐกิจและการจ้างงาน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการทำงานของ ปส. ที่เชื่อมั่นว่า “ความโปร่งใสคือรากฐานของความเชื่อมั่น”
ผลลัพธ์: 4 พื้นที่เป้าหมาย สู่การศึกษาขั้นลึกซึ้ง แม้ทั้ง 16 พื้นที่จะไม่พบข้อบกพร่องร้ายแรง (Fatal flaw) แต่มี 4 พื้นที่ที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่เหมาะสมที่สุด (Preferred Communities) ได้แก่ Sutherland, Beatrice, Brownville และ Norfolk
แต่ช้าก่อน! นี่ไม่ใช่การประกาศสร้างโรงไฟฟ้า ในมุมมองของการกำกับดูแล กระบวนการถัดจากนี้ต่างหากที่เข้มข้นยิ่งกว่า โดยพื้นที่เหล่านี้จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนที่เทียบเท่ามาตรฐานสากล ได้แก่
1. การขออนุญาตสถานที่ตั้งล่วงหน้า (Early Site Permit – ESP) กับหน่วยงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ (US NRC)
2. การตั้งหอเก็บข้อมูลอุตุนิยมวิทยา (Meteorological Tower) เป็นเวลาถึง 2 ปีเต็ม! เพื่อประเมินสภาพอากาศและทิศทางลมอย่างละเอียด
3. การเจาะสำรวจธรณีเทคนิคชั้นลึก และการประเมินว่า “เทคโนโลยี SMR แบบใด” ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่นั้นๆ มากที่สุด
บทสรุปในมุมมองของ ปส. กระบวนการทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไป (32 พื้นที่ → 16 พื้นที่ → 4 พื้นที่ → การประเมินเชิงลึกระดับไซต์งาน → การขอใบอนุญาต) สะท้อนให้เห็นถึงความรอบคอบและรัดกุมอย่างสูงสุด
สำหรับประเทศไทย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ ได้ติดตามความก้าวหน้าเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎระเบียบของเราให้สอดคล้องกับมาตรฐานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วนว่า หากในอนาคตประเทศไทยมีนโยบายพิจารณาการใช้เทคโนโลยีนี้ การกำกับดูแลของเราจะต้องรัดกุม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมี “ความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม” เป็นที่ตั้งสูงสุดครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก Nuclear Engineering, Chulalongkorn University…. https://www.facebook.com/share/p/1Hmc7J2GcG/?mibextid=wwXIfr
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
บทความนี้เผยแพร่ Website และ Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/p/14sYmeHQjS2/?mibextid=wwXIfr
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

