“หมอรุ่งเรือง” สื่อสารความรู้และแนวทางการปฏิบัติตัวเข้าใจง่ายถึง บุคลากรสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติและพี่น้องประชาชน เพื่อรับมือกับวิกฤติอุทกภัยหรือน้ำท่วม เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยและสามารถปกป้องตนเองรวมถึงคนรอบข้างได้ ดังนี้ครับ
1. หลักการปฏิบัติตัวทั่วไปและการเตรียมความพร้อม
• ให้ติดตามข่าวสาร วัน เวลา สถานการณ์ ประกาศอพยพ และติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด
• เตรียมของจำเป็น เช่น น้ำ อาหาร ยา ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง และเก็บเอกสารสำคัญใส่ถุงกันน้ำ
• เตรียมพร้อมสำหรับการอพยพไปในที่ปลอดภัย
ตัดการจ่ายไฟ ตัดระบบไฟฟ้า ปิดเมนเบรกเกอร์ และปิดแก๊สหุงต้มให้เรียบร้อย
• ให้อยู่ในอาคารที่แข็งแรงและอยู่ในที่สูงพ้นระดับน้ำที่เคยท่วมถึง
• ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของชีวิตมากกว่าทรัพย์สิน
2. ความปลอดภัยจากกระแสไฟฟ้า (ข้อควรระวังอย่างยิ่งในช่วงน้ำท่วม)
• ห้ามลุยน้ำไปปิดเบรกเกอร์ หรือจับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกน้ำ
• ห้ามใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่โดนน้ำท่วมแล้ว เพราะเสี่ยงต่อการเกิดไฟรั่วและไฟฟ้าช็อต
• ข้อสังเกตกรณีสายไฟรั่ว คือ มีฟองน้ำปุดๆ คล้ายฟองโซดาอยู่ใกล้เสาไฟ
• หากเดินลุยน้ำแล้วรู้สึกชาที่ขา คล้ายอาการเหน็บชา หรือมีไฟกระตุก ให้ระวังกระแสไฟรั่ว
อย่าเดินเข้าใกล้เสาไฟฟ้าในระยะ 1 เมตร เพราะกระแสไฟสามารถรั่วลงพื้นหรือผิวน้ำได้
อย่าพิงเสาไฟฟ้า เพราะอาจมีไฟรั่วโดยไม่รู้ตัว
• วิธีช่วยเหลือคนถูกไฟฟ้าดูด: ต้องตัดระบบไฟฟ้าก่อน ห้ามสัมผัสตัวคนถูกไฟฟ้าดูดด้วยมือเปล่า เคลื่อนตัวผู้ป่วยออกจากบริเวณอันตราย หากหยุดหายใจให้ทำ CPR ทันที และโทรแจ้ง 1669 โดยระบุว่า “เหตุไฟฟ้าดูด” เพื่อให้ทีมแพทย์เตรียมอุปกรณ์เฉพาะทาง
3. การดูแลสุขภาพและหลีกเลี่ยงอันตรายจากน้ำท่วม
• ทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ ระวังสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ
• ไม่เดินลุยน้ำ ไม่ขับรถ หรือไม่ควรขับขี่ยานพาหนะฝ่าลงไปในกระแสน้ำหลาก
• ไม่ควรเล่นน้ำ ว่ายน้ำเล่น หรือปล่อยให้เด็กเล่นน้ำในขณะน้ำท่วม
• หลังลุยน้ำ หากมีอาการไข้ ปวดน่อง หรือตาแดง ให้ไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม
4. การดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
• ทุกบ้านต้องมีแผน โดยระบุผู้ดูแลหลักและสำรอง เตรียมข้อมูลสุขภาพ รายการยา และเตรียมน้ำอาหารอย่างน้อย 3 วัน รวมถึงยาสำรองตามแผนแพทย์หรือเภสัชกร
• เด็กและทารก: เตรียมอาหารตามวัย ผ้าอ้อม เสื้อผ้า และยาประจำตัว ให้นมแม่ต่อเนื่องหรือเตรียมเตรียมนมผสมอย่างปลอดภัย ทำบัตรชื่อและเบอร์ผู้ปกครองติดตัวไว้ และต้องมีผู้ใหญ่ดูแลใกล้ชิดไม่ให้เล่นน้ำท่วม
• ผู้สูงอายุ: เตรียมยา แว่นตา เครื่องช่วยฟัง และอุปกรณ์ช่วยเดิน จัดทางเดินให้โล่ง มีแสงสว่าง เพื่อป้องกันการหกล้ม ผู้มีภาวะสับสนควรมีผู้ดูแลที่คุ้นเคย และผู้ป่วยติดเตียงต้องวางแผนการเคลื่อนย้ายล่วงหน้า
• ผู้พิการ: ให้เจ้าตัวร่วมวางแผนและระบุวิธีช่วยเหลือ เตรียมรถเข็น อุปกรณ์ช่วยเหลือ และแบตเตอรี่ เตรียมบัตรสื่อสารหรือข้อความสำคัญ ตรวจสอบทางเข้า ห้องน้ำ และรถรับส่งที่เข้าถึงได้
• ผู้ป่วยเรื้อรัง: เตรียมยาพร้อมฉลากและข้อมูลการรักษา ผู้ป่วยเบาหวานให้เตรียมเครื่องตรวจน้ำตาลและอุปกรณ์ ยาควบคุมอุณหภูมิต้องเก็บตามคำแนะนำของเภสัชกร ผู้ป่วยฟอกไตต้องยืนยันนัดและหาหน่วยบริการสำรอง
• ผู้ใช้ออกซิเจนหรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ไฟฟ้า: ต้องวางแผนกับทีมรักษาว่าใช้ไฟสำรองได้นานเท่าไร และใครใช้เครื่องเป็น ประสานการเคลื่อนย้ายก่อนระบบสำรองจะหมด และห้ามปรับออกซิเจนหรือค่าเครื่องเอง
ควรอพยพตั้งแต่ตอนที่ยังเดินทางได้ปลอดภัย โดยไม่ควรรอให้น้ำเข้าบ้าน ยาหมด หรือเครื่องมือแพทย์หยุดทำงาน
• เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ควรบันทึกไว้ขอความช่วยเหลือ:
1669 เจ็บป่วยฉุกเฉิน
1555 แจ้งเหตุกทม.
1130 ไฟฟ้าขัดข้อง / ไฟรั่ว
1784 แจ้งสาธารณภัย
ขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านมีสติ ตื่นรู้ และเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัวครับ
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120


