สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ติดตามความก้าวหน้าด้านนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในภูมิภาคอาเซียนอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุด กระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ (DOE) กำลังสรุปหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดหากำลังผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ 1,200 เมกะวัตต์ ผ่านกระบวนการประมูลแข่งขัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวในการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาค
ความเคลื่อนไหวของฟิลิปปินส์มีความน่าสนใจในแง่ของการออกแบบกลไกที่เปิดกว้างและรัดกุม โดยไม่จำกัดเพียงเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ แต่ยังครอบคลุมถึงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กโมดูลาร์ (SMR) เครื่องปฏิกรณ์ขนาดจิ๋ว (Microreactor) และแนวคิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบลอยน้ำ
อย่างไรก็ตาม ภายใต้บริบทของการกำกับดูแล การที่ผู้ประกอบการได้รับสิทธิจากการประมูล ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ทันที
โครงการทั้งหมดจะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาที่เข้มงวด ทั้งด้านความปลอดภัย การประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งโครงการ และการขอรับใบอนุญาตตามมาตรฐานสากล ซึ่งปัจจัยด้านความปลอดภัยและการเตรียมความพร้อมเหล่านี้ ทำให้ฟิลิปปินส์ปรับแผนการส่งมอบกำลังผลิตจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ในปี 2032 ขยับออกไปเป็นช่วงปี 2038 เพื่อให้ทุกกระบวนการเป็นไปอย่างสมบูรณ์และรัดกุมที่สุด
มุมมองต่อประเทศไทย: ความพร้อมและการกำกับดูแลภายใต้ ปส.
สำหรับประเทศไทย การพิจารณานำเทคโนโลยี SMR หรือพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ในอนาคต เป็นประเด็นที่ ปส. ให้ความสำคัญและเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานการกำกับดูแลมาอย่างต่อเนื่อง การก้าวไปสู่จุดนั้นได้อย่างมั่นคง จำเป็นต้องบูรณาการความพร้อมในทุกมิติ โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาร่วมกันในระดับชาติ ได้แก่:
• โครงสร้างการกำกับดูแลความปลอดภัย: การปรับปรุงกฎหมายและมาตรฐานให้สอดคล้องกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เพื่อรองรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงกระบวนการออกใบอนุญาตที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
• โครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่ตั้ง: การประเมินสถานที่ตั้งตามหลักวิชาการด้านความปลอดภัย การเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน และความพร้อมของระบบสายส่งไฟฟ้า
• การจัดการความเสี่ยงด้านการลงทุน: การหาความชัดเจนเรื่องกลไกการรับซื้อไฟฟ้า และการจัดหาผู้รับซื้อไฟฟ้าระยะยาว (Long-term Offtaker) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับโครงการที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง
• การบูรณาการกับภาคอุตสาหกรรม (Nuclear for Industry): การประเมินความปลอดภัยในการใช้ประโยชน์จาก SMR ที่ไม่เพียงผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ แต่ยังครอบคลุมถึงการนำความร้อนไปใช้โดยตรงในอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสูง เช่น ปิโตรเคมี โรงกลั่น การผลิตไฮโดรเจน และนิคมอุตสาหกรรม
บทเรียนสำคัญจากฟิลิปปินส์ตอกย้ำว่า การผลักดันโครงการพลังงานนิวเคลียร์หรือ SMR ไม่สามารถมองเพียงมิติของเทคโนโลยีหรือความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ได้เพียงอย่างเดียว แต่กฎระเบียบ การลงทุน กลไกตลาด และมาตรฐานความปลอดภัย จะต้องเดินหน้าควบคู่กันไป
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ ขอยืนยันความมุ่งมั่นในการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ และการพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า หากประเทศไทยมีการตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ การดำเนินการทุกขั้นตอนจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่รัดกุม ปลอดภัยสูงสุด และเป็นไปตามมาตรฐานสากล บนพื้นฐานของ“ความปลอดภัยของประชาชนและประเทศมาเป็นที่หนึ่ง” …ครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก Nuclear Engineering, Chulalongkorn University…https://www.facebook.com/share/p/1CBTYAueM9/?mibextid=wwXIfr
บทความนี้เขียนโดย…
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
วันอังคารที่ 29 กันยายน 2569
⸻
เอกสารอ้างอิงและข้อมูลประกอบ:
• Manila Bulletin, 29 September 2026, “DOE finalizes auction rules for 1,200-MW nuclear power rollout by 2032”
• Philippine Department of Energy — Nuclear Power Generation Capacity Tender Guidelines
• IAEA — Small Modular Reactors
บทความนี้เผยแพร่บน Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/p/1DU85JdFdf/?mibextid=wwXIfr
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

