ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. ชูมาตรฐานสากลจัดการ “กากกัมมันตรังสี” อย่างยั่งยืน สร้างความมั่นใจ ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ลูกหลาน

                    นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า จากการที่คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ได้กำหนดทิศทางการยกระดับระบบนิเวศด้านนิวเคลียร์ของประเทศไทยผ่านระบบการเตรียมความพร้อม 6 ด้าน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์และรังสีของชาติ ได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับหนึ่งในเสาหลักที่ประชาชนตั้งคำถามมากที่สุด นั่นคือ “การจัดการกากกัมมันตรังสีอย่างครบวงจร” เพื่อเป็นหลักประกันว่า การใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์จะต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และต้องไม่ทิ้งภาระการจัดการไว้ให้เป็นความเสี่ยงของคนรุ่นหลัง

                     เมื่อพูดถึง “เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว” คำถามที่มักตามมาเสมอคือ เหตุใดจึงต้องนำกากประเภทนี้ไปจัดเก็บไว้ใต้ดินลึกหลายร้อยเมตร แทนที่จะเก็บไว้บนผิวดินหรือฝังตื้น ๆ คำตอบในมุมมองด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยคือ เป้าหมายสูงสุดในการแยกสารกัมมันตรังสีออกจากมนุษย์และระบบนิเวศอย่างสมบูรณ์แบบในระยะยาว ซึ่งแนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าปลอดภัยที่สุดในปัจจุบันคือ การจัดเก็บกากกัมมันตรังสีในชั้นหินใต้ดินลึก (Deep Geological Repository – DGR)
                    ความน่าสนใจของระบบ DGR คือ การไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่ความลึกของชั้นหินเท่านั้น แต่เป็นการออกแบบที่เรียกว่า “ระบบพหุปราการ” (Multiple Barrier System) ซึ่งผสานเทคโนโลยีทางวิศวกรรมเข้ากับความมั่นคงทางธรรมชาติตามลำดับถึง 4 ชั้นอย่างรัดกุม
                    ปราการด่านแรกเริ่มต้นที่ “ตัวเชื้อเพลิง” ซึ่งถูกนำไปปรับให้อยู่ในสถานะของแข็งที่ทนทานต่อการละลาย จากนั้นจะถูกนำไปบรรจุลงในปราการด่านที่สองคือ “ภาชนะบรรจุ” (Canister) ที่ทำจากโลหะทนทานต่อการกัดกร่อนสูง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำสัมผัสกับเชื้อเพลิง ปราการด่านที่สามคือการใช้ “วัสดุกันชน” อย่างดินเหนียวเบนโทไนต์ (Bentonite) ห่อหุ้มภาชนะบรรจุไว้อีกชั้น ซึ่งดินชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการขยายตัวเมื่อสัมผัสน้ำ ช่วยอุดรอยรั่วและชะลอการไหลของน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปราการด่านสุดท้ายคือ “ชั้นหินฐานราก” (Host Rock) ลึกลงไปใต้ดินที่มีความเสถียรทางธรณีวิทยา ทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังทางธรรมชาติที่แข็งแกร่งที่สุด ด้วยระบบนี้ หากปราการชั้นใดชั้นหนึ่งเกิดการเสื่อมสภาพ ปราการชั้นอื่น ๆ ก็จะยังคงทำหน้าที่ปกป้องสภาพแวดล้อมต่อไปได้อย่างสมบูรณ์
                    ในการออกแบบสถานที่จัดเก็บ ปัจจัยที่ ปส. และผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกให้ความสำคัญมากที่สุดคือ “น้ำใต้ดิน” เพราะเมื่อมองไปในอนาคตหลายร้อยหรือหลายพันปี น้ำใต้ดินคือเส้นทางหลักที่อาจพาสารกัมมันตรังสีเคลื่อนที่ออกสู่สิ่งแวดล้อมได้ การเลือกพื้นที่สำหรับ DGR จึงต้องวิเคราะห์ทั้งความแข็งแรงของชั้นหินและทิศทางการไหลของน้ำอย่างละเอียด นอกจากนี้ เมื่อสถานที่จัดเก็บถูกปิดทับอย่างเป็นทางการ ระบบทั้งหมดจะต้องทำงานตามหลัก “ความปลอดภัยเชิงรับ” (Passive Safety) นั่นคือ สถานที่แห่งนี้จะดูแลความปลอดภัยได้ด้วยตัวเองอย่างถาวร โดยไม่ต้องพึ่งพากระแสไฟฟ้า เครื่องสูบน้ำ หรือการดูแลจากมนุษย์อีกต่อไป
                    หลักการเหล่านี้ไม่ใช่เพียงทฤษฎี แต่กำลังเกิดขึ้นจริงในระดับสากล ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ สาธารณรัฐฟินแลนด์ที่กำลังเดินหน้าโครงการ ONKALO จัดเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้วในระดับความลึกกว่า 400–430 เมตร ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าความปลอดภัยสูงสุดเกิดจากการทำงานร่วมกันของปราการทุกชั้นและสภาพพื้นที่ ไม่ใช่แค่ความลึกเพียงอย่างเดียว
                    ในขณะเดียวกัน สำหรับภูมิภาคอาเซียน กรณีของสาธารณรัฐสิงคโปร์ถือเป็นบทเรียนที่น่าจับตามอง แม้สิงคโปร์จะยังไม่มีการตัดสินใจก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่กลับริเริ่มร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากสวีเดนในการศึกษาทางเลือกการจัดการกากกัมมันตรังสีล่วงหน้าแล้ว ผลการศึกษาพบว่า แม้ในประเทศที่มีพื้นที่จำกัด ก็ไม่มีอุปสรรคทางเทคนิคที่ร้ายแรงในการจัดเก็บกากใต้ดินลึก สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเตรียมพร้อมเรื่องกากกัมมันตรังสีไม่ใช่สิ่งที่ควรคิดหลังจากสร้างโรงไฟฟ้าเสร็จ แต่ต้องเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผน
                    นายแพทย์รุ่งเรืองกล่าวเพิ่มเติมว่า ปส. ขอยืนยันว่า การพิจารณาใช้พลังงานนิวเคลียร์ในบริบทของประเทศไทย จะต้องถูกมองผ่านภาพรวมตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่เชื้อเพลิง การเดินเครื่อง การเก็บรักษา ไปจนถึงการกำจัดขั้นสุดท้าย คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “เราจะสร้างโรงไฟฟ้าที่ไหน” แต่รวมถึง “เราจะจัดการสิ่งที่เหลือจากโรงไฟฟ้าอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุดในอีกหลายร้อยปีข้างหน้า” ซึ่ง ปส. จะทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งในการวางรากฐานและบังคับใช้มาตรฐานการกำกับดูแลที่รัดกุมที่สุดตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับสังคมไทยในทุกมิติ

บทความนี้เผยแพร่บนเว็บไซต์ www.oap.go.th และ Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/p/19kRZMYEFr/




สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

RSS
Facebook
X (Twitter)
YouTube
Skip to content