บทเรียนจากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสู่โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบเคลื่อนย้ายได้ (TNPP) …ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศไทย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) มีภารกิจสำคัญในการติดตามและประเมินแนวโน้มเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นใหม่ทั่วโลก เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกรอบการกำกับดูแลให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 รัฐบาลรัฐออนแทรีโอ (Ontario) ประเทศแคนาดา ได้ประกาศความคืบหน้าสำคัญของโครงการเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Microreactor) ที่ก้าวข้ามจากการพัฒนาเทคโนโลยีสู่การเตรียมก่อสร้างโครงการจริง
โครงการดังกล่าวคือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบสามารถขนส่งได้ (Transportable Nuclear Power Plant – TNPP) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Belledune รัฐนิวบรันสวิก (New Brunswick) โดยบริษัท BWXT Canada ได้รับเลือกให้เป็นผู้ผลิตและนำเทคโนโลยี BANR (BWXT Advanced Nuclear Reactor) มาใช้ในโครงการนำร่องนี้ ซึ่งจะมีกำลังการผลิตสูงสุดประมาณ 50 เมกะวัตต์ไฟฟ้า (MWe) และตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มเดินเครื่องได้ในช่วงต้นทศวรรษ 2030
การประกาศความคืบหน้านี้นำโดย Mr. Stephen Lecce รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ของออนแทรีโอ ร่วมกับ Mr. René Legacy รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คณะกรรมการบริหารคลัง และพลังงานของนิวบรันสวิก โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มชนพื้นเมือง Pabineau First Nation, Eel River Bar First Nation และบริษัท Prodigy Clean Energy ซึ่งทำให้โครงการนี้เป็นโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ชนพื้นเมือง (First Nations) มีสถานะเป็นเจ้าของในพื้นที่ดั้งเดิมของตนเอง
สำหรับมุมมองด้านนวัตกรรมและความปลอดภัยทางนิวเคลียร์
สิ่งที่ ปส. ให้ความสนใจอย่างยิ่งในโครงการนี้ คือแนวคิดการออกแบบที่ไม่ได้มองเพียงแค่ตัวเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (Microreactor) เท่านั้น แต่เป็นการพัฒนาระบบโรงไฟฟ้าทั้งระบบในรูปแบบ Transportable Nuclear Power Plant
แนวคิดนี้คือการผลิตและประกอบชิ้นส่วนทั้งหมดจากโรงงาน (Factory-assembled) ก่อนจะขนส่งไปยังพื้นที่เป้าหมายเพื่อติดตั้งและเดินเครื่อง ซึ่งสถาปัตยกรรมของบริษัท Prodigy สามารถรองรับเครื่องปฏิกรณ์ BANR ได้ทั้งแบบหน่วยเดียวและหลายหน่วย โดยตั้งเป้าหมายระยะเวลาการติดตั้งที่รวดเร็วเพียงประมาณ 18 เดือน หลังจากระบบถูกส่งถึงพื้นที่
สำหรับเทคโนโลยี BANR ที่นำมาใช้นั้น จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระบายความร้อนด้วยแก๊สอุณหภูมิสูง (High-Temperature Gas-Cooled Reactor: HTGR) ซึ่งใช้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์แบบ TRISO และ HALEU โดยมีรายละเอียดทางเทคนิคที่สำคัญดังนี้:
• กำลังการผลิต: BANR แต่ละหน่วยออกแบบให้มีกำลังความร้อนประมาณ 75 MWth และให้กำลังไฟฟ้าประมาณ 22 MWe
• แผนการติดตั้ง: โครงการที่ Belledune จะใช้ BANR จำนวน 2 หน่วย ทำงานร่วมกับระบบประกอบอื่น ๆ (Balance of Plant) เพื่อให้ TNPP มีกำลังผลิตรวมสูงสุดที่ 50 MWe
• ระบบความปลอดภัย: ใช้ระบบระบายความร้อนแบบพึ่งพาธรรมชาติ (Passive Cooling System) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรับที่ ปส. และหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถลดความเสี่ยงและระบายความร้อนได้เองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้าสำรอง
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และการกำกับดูแลตลอดวงจรชีวิต
ความน่าสนใจอีกประการของกรณีศึกษาจากเมือง Belledune คือความพยายามในการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่ การออกแบบ (Design) → การผลิต (Manufacturing) → การขนส่ง (Transportation) → การขออนุญาต (Licensing) → การติดตั้ง (Installation) → การเดินเครื่อง (Operation) ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)
รัฐบาลออนแทรีโอระบุว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของรัฐมีบริษัทที่เกี่ยวข้องมากกว่า 200 บริษัท และมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญประมาณ 80,000 คน อุปกรณ์หลักของโครงการ TNPP รวมถึงตัวเครื่องปฏิกรณ์ BANR ทั้งสองหน่วย จะถูกผลิตขึ้นเป็นหลักที่โรงงานของ BWXT ในออนแทรีโอ โดยได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายผู้ผลิตในแคนาดา
นอกจากนี้ BWXT Canada และบริษัท Kinectrics ยังได้นำบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านวิศวกรรม การผลิต และที่สำคัญคือ การกำกับดูแล (Regulatory Compliance) มาร่วมพัฒนาโครงการ
บทสรุปและก้าวต่อไปของเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์
โครงการ Belledune เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจาก “เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็ก (Microreactor Technology)” ไปสู่ “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่พร้อมติดตั้ง (Deployable Nuclear Power Plant)” อย่างเป็นรูปธรรม
เทคโนโลยีลักษณะนี้ตอบโจทย์การใช้งานในพื้นที่ห่างไกล ชุมชนทางตอนเหนือ เหมืองแร่ และภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องการพลังงานที่มั่นคงและปลดปล่อยคาร์บอนต่ำอย่างต่อเนื่อง
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) จะยังคงติดตามพัฒนาการของการออกแบบ การประเมินความปลอดภัย และกระบวนการออกใบอนุญาต (Licensing Process) ของเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และ Microreactor อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาเป็นฐานข้อมูลในการเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบและมาตรฐานการกำกับดูแลของประเทศไทย ให้มีความรัดกุม ปลอดภัย และสอดคล้องกับมาตรฐานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ต่อไป
บทความนี้เขียนโดย…
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ขอบคุณข้อมูลจาก Nuclear Engineering, Chulalongkorn University…https://www.facebook.com/share/p/1H7jRtyd6m/?mibextid=wwXIfr
บทความนี้เผยแพร่บนเว็บไซต์ www.oap.go.th และ Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/p/1ERQYneSN6/
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

