บทบาทสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ: อุดช่องโหว่ความรับผิดทางนิวเคลียร์ข้ามพรมแดน เพื่อรองรับเทคโนโลยี SMR ในอาเซียนและทั่วโลก

                     ท่ามกลางความสนใจในเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็ก (SMR) ที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคอาเซียน

                    รายงาน “Transboundary Nuclear Liability in ASEAN: Bridging the Liability Gap” (2026) ของ Stephenson Harwood ได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญ นั่นคือ ภูมิภาคนี้ยังมีช่องว่างด้านความรับผิดและการชดเชยความเสียหาย โดยเฉพาะกรณีที่อุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ส่งผลกระทบข้ามพรมแดน

                    สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของประเด็นนี้ และกำลังเร่งผลักดันกลไกทางกฎหมายเพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคต
                     เมื่อเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่หนึ่งแต่ผลกระทบแผ่ขยายข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คำถามที่จะตามมาทันทีคือ ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ผู้เสียหายจะได้รับการชดเชยด้วยกลไกใด และจะจัดการกับความเสียหายระหว่างประเทศ
                     อย่างไรก็ตาม คำถามเหล่านี้ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อเทคโนโลยี SMR ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าแบบเคลื่อนย้ายได้เข้ามามีบทบาท หากเครื่องปฏิกรณ์ถูกผลิตจากประเทศหนึ่ง ขนส่งผ่านอีกประเทศหนึ่ง และนำไปเดินเครื่องในอีกพื้นที่หนึ่ง การสืบหาผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างทางกฎหมายที่รัดกุมและเป็นสากล
                    ปัจจุบัน อาเซียนยังคงขาดกรอบความร่วมมือด้านความรับผิดทางนิวเคลียร์ที่ชัดเจน มีเพียงฟิลิปปินส์ที่เป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศ ขณะที่ยุโรปแม้จะมีความหลากหลายทางกฎหมาย แต่มีกลไกที่เชื่อมโยงระบบความรับผิดข้ามพรมแดนอย่างมีประสิทธิภาพผ่านอนุสัญญาปารีสและอนุสัญญาเวียนนา (Vienna Convention) ซึ่งช่วยให้การจัดการความเสียหายข้ามพรมแดนมีกลไกที่รองรับชัดเจน
                    สำหรับประเทศไทย แม้ขณะนี้จะยังไม่ได้เป็นภาคีในอนุสัญญาเวียนนา, Joint Protocol หรือ Convention on Supplementary Compensation for Nuclear Damage (CSC)
                    แต่ ปส. ได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมาย ด้วยการยกร่าง พระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์และรังสี โดยอ้างอิงหลักการสากล ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2568 และปัจจุบันอยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ก่อนเข้าสู่กระบวนการของรัฐสภา
                    สาระสำคัญของการกำกับดูแลผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายไทยจะมีอำนาจครอบคลุมไปดูแลอุบัติเหตุ “ทั่วโลก” แบบไร้เงื่อนไข แต่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับมาตรฐานไทยให้สากลยอมรับ โดยมีขอบเขตการทำงานดังนี้:
                    • การบังคับใช้ตามอาณาเขต: กำหนดให้ผู้ประกอบการทางนิวเคลียร์ในไทยต้องรับผิดชอบชดเชยค่าเสียหายอย่างเด็ดขาด (Strict Liability) หากเกิดอุบัติเหตุในไทย
                    • การจัดการความเสียหายข้ามพรมแดน: เปิดช่องให้สามารถชดเชยผู้เสียหายที่อยู่นอกราชอาณาจักรได้ ภายใต้เงื่อนไขว่าประเทศนั้นต้องเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศฉบับเดียวกัน หรือใช้หลักปฏิบัติต่างตอบแทน (Reciprocity)
                    • การขนส่งระหว่างประเทศ: กำหนดจุดตัดการโอนความรับผิดชอบที่ชัดเจนระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะ “ไม่มีใครรับผิดชอบ” ระหว่างการขนส่งวัสดุนิวเคลียร์หรือ SMR
                    การเตรียมความพร้อมด้านพลังงานนิวเคลียร์ของอาเซียนและไทย จึงไม่อาจมองเพียงมิติของเทคโนโลยีและความปลอดภัย แต่ต้องสร้างรากฐานด้านความรับผิดทางแพ่ง การประกันภัย และการเงินไปพร้อมกัน
                    การที่ ปส. เร่งผลักดันกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็นการเตรียมโครงข่ายความรับผิดของไทยให้พร้อม “เชื่อมต่อ” กับระบบกฎหมายของประเทศอื่นๆ ทั่วโลกในอนาคต เพราะการเตรียมพร้อมสำหรับอุบัติเหตุ ไม่ได้หมายความว่าเราคาดหวังให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น แต่เป็นการสร้างหลักประกันที่เข้มแข็งว่า หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ทุกฝ่ายจะมีกรอบการทำงานที่ชัดเจน และผู้ได้รับผลกระทบจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม

บทความนี้เขียนโดย…
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ขอบคุณข้อมูลจาก Nuclear Engineering, Chulalongkorn University…
อ้างอิง
• Stephenson Harwood, Transboundary Nuclear Liability in ASEAN: Bridging the Liability Gap, 2026
• International Atomic Energy Agency (IAEA), Nuclear Liability Country Factsheets
• สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ, อนุสัญญาและสนธิสัญญา
• สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, สำนักวิชาการ, ความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์และรังสี เพื่อรองรับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR), กันยายน 2569
บทความนี้เผยแพร่บน Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/p/1MVsPanwjF/?mibextid=wwXIfr




สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

RSS
Facebook
X (Twitter)
YouTube
Skip to content