มิติความเป็นมนุษย์เบื้องหลังความปลอดภัยทางนิวเคลียร์: ถอดบทเรียนโครงการดูแลครอบครัวบุคลากรยูเครนโดย IAEA และข้อเสนอเชิงนโยบายจาก ปส.

🌈มิติความเป็นมนุษย์เบื้องหลังความปลอดภัยทางนิวเคลียร์: ถอดบทเรียนโครงการดูแลครอบครัวบุคลากรยูเครนโดย IAEA และข้อเสนอเชิงนโยบายจาก ปส.⚛️

                     เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ร่วมกับรัฐบาลออสเตรียและโปแลนด์ ได้จัดโครงการค่ายฤดูร้อน (Summer Camp) ระยะเวลา 2 สัปดาห์ ณ รัฐคารินเทีย ประเทศออสเตรีย ให้แก่เยาวชนชาวยูเครนจำนวน 30 คน (อายุ 10-15 ปี) ซึ่งเป็นบุตรหลานของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Chornobyl, Khmelnytskyi, Rivne, South Ukraine และหน่วยงานกำกับดูแลนิวเคลียร์แห่งชาติยูเครน (SNRIU)
                     โครงการนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้าเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ IAEA ณ กรุงเวียนนา โดยมีนาย Rafael Mariano Grossi ผู้อำนวยการใหญ่ IAEA และนาง Beate Meinl-Reisinger รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรีย ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
นอกจากการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์แล้ว เยาวชนยังได้ร่วมกิจกรรมสันทนาการ กีฬาทางน้ำ และทัศนศึกษา ซึ่งช่วยเยียวยาจิตใจจากสภาวะความขัดแย้งในประเทศ
                     👁️‍🗨️มุมมองและการวิเคราะห์โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.)
โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสังคม แต่เป็นกลยุทธ์เชิงลึกภายใต้แผนงานความช่วยเหลือยูเครนแบบครบวงจรของ IAEA (Comprehensive Programme of Assistance to Ukraine) ที่มุ่งเป้าไปที่การรักษามาตรฐาน ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (Nuclear Safety) และ ความมั่นคงปลอดภัย (Nuclear Security) ผ่านการดูแล “สุขภาวะทางจิตใจ (Wellbeing)” ของผู้ปฏิบัติงาน
                     ⚛️สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) มองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ มิติความเป็นมนุษย์ (Human Factor) ในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ การทำงานในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ภายใต้สภาวะวิกฤตหรือสงคราม ผู้ปฏิบัติงานต้องแบกรับความกดดันมหาศาล การที่ประชาคมโลกและ IAEA เข้ามาช่วยดูแลบุตรหลานให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและผ่อนคลาย เป็นการลดความวิตกกังวลของเจ้าหน้าที่ ทำให้พวกเขาสามารถมุ่งสมาธิไปที่การควบคุมเตาปฏิกรณ์และรักษาระบบความปลอดภัยได้อย่างเต็มที่ นี่คือนวัตกรรมเชิงนโยบายที่ชี้ให้เห็นว่า ระบบความปลอดภัยที่เข้มแข็งที่สุด ต้องเริ่มต้นจากการดูแลจิตใจของผู้ควบคุมระบบ
                     🗨️ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อประเทศไทยเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์
จากกรณีศึกษานี้ ปส. ขอเสนอทิศทางเชิงนโยบายต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการมิติด้านสังคมและจิตวิทยาเข้ากับมาตรฐานความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของประเทศไทย ดังนี้
1. การผนวก “สุขภาวะของผู้ปฏิบัติงาน” เข้าสู่แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ระดับชาติ: รัฐบาลควรปรับปรุงแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางนิวเคลียร์และรังสี โดยเพิ่มมาตรการดูแลครอบครัวและบุตรหลานของผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า (Frontline Responders) และเจ้าหน้าที่สถานประกอบการ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การมีแผนรองรับครอบครัวที่ชัดเจนจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานระงับเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องพะวงหลัง
2. การยกระดับวัฒนธรรมความปลอดภัย (Nuclear Safety Culture): การกำกับดูแลความปลอดภัยต้องไม่จำกัดอยู่แค่การตรวจสอบเครื่องมือหรือเทคโนโลยี แต่ต้องครอบคลุมถึงการประเมินความพร้อมทางร่างกายและจิตใจของบุคลากร (Fitness for Duty) หน่วยงานรัฐควรสนับสนุนให้สถานประกอบการทางรังสีและนิวเคลียร์ในไทย มีสวัสดิการและระบบให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาแก่เจ้าหน้าที่อย่างเป็นระบบ
3. การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมรองรับเทคโนโลยี SMR: ในขณะที่ประเทศไทยกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) มาใช้ การวางแผนไม่ควรหยุดแค่เรื่องวิศวกรรม แต่ต้องรวมถึงการออกแบบ “ระบบนิเวศชุมชน” รอบโรงไฟฟ้า ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก โรงเรียน และสวัสดิการที่ยอดเยี่ยมสำหรับครอบครัวของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญสูง
4. การผลักดันวาระด้านทุนมนุษย์ในเวทีภูมิภาค (ASEANTOM): ในวาระที่ประเทศไทยเตรียมรับตำแหน่งประธานเครือข่ายหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์แห่งอาเซียน (ASEANTOM) ในปี 2028 ไทยควรหยิบยกประเด็น “Human Factor and Wellbeing in Nuclear Security” ขึ้นเป็นหนึ่งในวาระหลัก เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือบุคลากรทางนิวเคลียร์และครอบครัวระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในยามวิกฤต
                     ☢️ความมั่นคงทางนิวเคลียร์เริ่มต้นที่ความมั่นคงของมนุษย์ การที่ ปส. วางรากฐานการกำกับดูแลที่ครอบคลุมถึงมิติทางจิตวิทยาและสังคม จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของประเทศไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน ปลอดภัย และได้รับการยอมรับจากประชาชนอย่างแท้จริง

บทความนี้เขียนโดย…
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ขอบคุณข้อมูลจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
บทความนี้เผยแพร่บน Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/p/189WmiLEEt/




สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

RSS
Facebook
X (Twitter)
YouTube
Skip to content