“เตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย: ทำไมสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) จึงกำหนดให้ต้องวัดรังสีพื้นหลังก่อนตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์”

                  ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยจากการใช้พลังงานนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) มีภารกิจหลักในการปกป้องประชาชนและสิ่งแวดล้อม ก่อนที่โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใดๆ จะเริ่มต้นการก่อสร้าง ปส. กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องดำเนินการสำรวจและจัดเก็บ “ข้อมูลพื้นฐานด้านรังสีสิ่งแวดล้อม” (Radiological Environmental Baseline) อย่างรัดกุม

                  ข้อมูลนี้คือภาพถ่ายสภาพแวดล้อมทางรังสีดั้งเดิมของพื้นที่ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการใช้เป็น “เส้นฐาน” (Baseline) สำหรับเปรียบเทียบและประเมินผลกระทบตลอดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า
                  รังสีพื้นหลังในธรรมชาติ: สิ่งที่ ปส. ต้องรู้ก่อนเริ่มโครงการ
                  รังสีเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติทุกพื้นที่บนโลก แม้ในบริเวณที่ไม่เคยมีกิจกรรมทางนิวเคลียร์มาก่อน แหล่งกำเนิดรังสีพื้นหลังที่ ปส. ให้ความสำคัญในการสำรวจ ได้แก่:
                  • รังสีจากอวกาศ (Cosmic radiation): ปริมาณจะแปรผันตามระดับความสูงและสภาพภูมิประเทศของที่ตั้งโครงการ
                  • สารกัมมันตรังสีตามธรรมชาติในดินและหิน (NORM): เช่น โพแทสเซียม-40 (K-40) ยูเรเนียม และทอเรียม
                  • ก๊าซเรดอน (Radon): ก๊าซกัมมันตรังสีตามธรรมชาติที่เกิดจากการสลายตัวของเรเดียม ซึ่งอาจสะสมในพื้นที่จำกัด
                  • รังสีที่ตกค้างจากกิจกรรมของมนุษย์ในอดีต: เช่น ซีเซียม-137 (Cs-137) จากการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ในอดีตที่ตกสะสมทั่วโลก ซึ่งต้องแยกแยะออกจากรังสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติให้ชัดเจน
                 ข้อกำหนดการตรวจวัด: ครอบคลุมทุกเส้นทางสู่ประชาชน
                 ปส. กำหนดให้การตรวจวัดต้องไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ในพื้นที่โครงการ แต่ต้องครอบคลุมทุกสื่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเป็นเส้นทางนำรังสีไปสู่ประชาชน (Exposure Pathways) โดยอ้างอิงตามมาตรฐานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
                 1. รังสีแกมมาภายนอก (External Gamma Radiation): ตรวจวัดระดับปริมาณรังสีในอากาศ ทั้งในพื้นที่โครงการ ชุมชนโดยรอบ และจุดอ้างอิง
                 2. ดินและตะกอน (Soil and Sediment): วิเคราะห์ชนิดและปริมาณนิวไคลด์กัมมันตรังสีที่สะสมในพื้นผิว
                 3. แหล่งน้ำ (Water): สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน และแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของชุมชน
                 4. อากาศ (Air): ตรวจวัดฝุ่นละอองในอากาศและก๊าซเรดอน เพื่อประเมินความเสี่ยงทางการหายใจ
                 5. ห่วงโซ่อาหาร (Food and Biota): เก็บตัวอย่างพืชผลทางการเกษตร สัตว์น้ำ และสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศท้องถิ่น
การกำหนดจุดตรวจวัดและระยะเวลาที่รัดกุม
                 การเลือกตำแหน่งตรวจวัดต้องอิงตามหลักวิชาการ โดยพิจารณาจากทิศทางลม การไหลของน้ำ และการกระจายตัวของชุมชน ประกอบด้วย:
                 • จุดพื้นที่โครงการและรัศมีโดยรอบ: เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงในระยะประชิด
                 • จุดในชุมชนและแหล่งผลิตอาหาร: เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดกับประชาชนโดยตรง
                 • จุดอ้างอิง (Reference Locations): พื้นที่ที่อยู่เหนือลมหรือเหนือน้ำ ซึ่งจะไม่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้า เพื่อใช้เป็นตัวเปรียบเทียบความแปรผันตามธรรมชาติ
                 ระยะเวลาการเก็บข้อมูล: ปส. แนะนำให้เริ่มดำเนินการเก็บข้อมูลล่วงหน้าก่อนเริ่มการก่อสร้างอย่างน้อย 2-3 ปี เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมความแปรผันตามฤดูกาล (เช่น ฤดูน้ำหลาก ฤดูแล้ง) ซึ่งส่งผลต่อระดับการสะสมของรังสีในธรรมชาติ ข้อมูลที่ยาวนานพอจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการวิเคราะห์ผลในอนาคต
                 ข้อมูลเหล่านี้ปกป้องประชาชนอย่างไร?
                 เมื่อโรงไฟฟ้าเริ่มเดินเครื่อง ข้อมูลที่ ปส. ได้รับจากการตรวจวัดสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง จะถูกนำมาเทียบเคียงกับ “ข้อมูลพื้นฐาน” เหล่านี้
                 หากพบค่ารังสีที่เพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลเส้นฐานนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง ว่าเกิดจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า หรือเป็นเพียงความแปรผันตามธรรมชาติ ในทางกลับกัน ข้อมูลนี้คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่โปร่งใสที่สุด ที่ใช้ยืนยันกับประชาชนว่าระบบความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีการรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม
                  สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบและแนวทางการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) โดยยึดมั่นหลักการว่า ความปลอดภัยทางรังสีที่ได้มาตรฐานสากล ต้องเริ่มต้นจากการรู้ลึกถึงสภาพแวดล้อมอย่างถี่ถ้วน ก่อนที่โครงการใดๆ จะเริ่มต้นขึ้น
                  ขอบคุณข้อมูลจาก Nuclear Engineering, Chulalongkorn University….
                  นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
                  บทความนี้เผยแพร่ เว็บไซต์ www.oap.go.th และ Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/p/19XvYcyNoM/?mibextid=wwXIfr




สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

RSS
Facebook
X (Twitter)
YouTube
Skip to content