บทความวิเคราะห์โดย: สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.)
ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลและกำหนดนโยบายด้านการใช้พลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ติดตามความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด ความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนวิสัยทัศน์อันแหลมคม เมื่อกระทรวงศึกษาธิการและการฝึกอบรมเวียดนาม (MOET) ได้ออก Decision No. 2888/QD-BGDDT เพื่อกำหนดมาตรฐานการเรียนระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ประเด็น ปส. ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ ยุทธศาสตร์นี้ไม่ได้มุ่งสร้างแค่ “วิศวกรนิวเคลียร์” แบบดั้งเดิม แต่วางรากฐานการพัฒนากำลังคนในรูปแบบ สหวิทยาการ (Interdisciplinary) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางเทคโนโลยีนิวเคลียร์ระดับโลก
โครงข่ายกำลังคน 22 สาขา: มากกว่าแค่เรื่องของเครื่องปฏิกรณ์
การกำกับดูแลและพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ปลอดภัย ไม่สามารถพึ่งพาความเชี่ยวชาญศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งเพียงลำพัง เวียดนามได้กำหนดมาตรฐานครอบคลุมถึง 22 สาขา เพื่อสร้างโครงข่ายกำลังคน (Nuclear Workforce) ที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วย:
• 7 สาขาหลัก: Atomic & Nuclear Physics, Nuclear Engineering, Engineering Physics, Thermal Engineering, Energy Engineering, Electrical Engineering และ Control & Automation Engineering
• 15 สาขาสนับสนุนและสหวิทยาการ: ครอบคลุมตั้งแต่งานวิศวกรรมพื้นฐาน (เครื่องกล, วัสดุ, สิ่งแวดล้อม, เคมี, ธรณีวิทยา, การจัดการพลังงาน) ไปจนถึงกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง (Computer Science, Information Technology, Computer Engineering, Artificial Intelligence และ Data Science)
แนวคิดนี้ตรงกับหลักการประเมินโครงสร้างพื้นฐานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ที่ระบุว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องการบุคลากรจากหลากหลายศาสตร์ที่สามารถบูรณาการความรู้และทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ
ยกระดับสู่ยุค Digital Nuclear (Nuclear + AI + Digital)
มิติที่น่าสนใจที่สุดในมาตรฐานฉบับนี้ คือการกำหนดทิศทางการศึกษาเชิงลึกไว้ 3 ด้าน ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติเทคโนโลยี ความปลอดภัย และนวัตกรรมดิจิทัล ได้แก่:
1. Nuclear Energy Technology & Systems
2. Nuclear Safety, Security & Management (มิติที่ ปส. ให้ความสำคัญสูงสุดในการกำกับดูแล)
3. Digital Nuclear Technology & Smart Infrastructure
การเรียนการสอนด้านนิวเคลียร์จึงถูกยกระดับให้พ้นจากกรอบของ Reactor Physics หรือ Thermal Engineering แบบเดิม แต่เชื่อมโยงเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Simulation, AI, Data Science, Digital I&C, Cybersecurity, Digital Twin และ Smart Robotics ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้คือหัวใจสำคัญในการยกระดับความปลอดภัย (Nuclear Safety) และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ของโรงไฟฟ้าในอนาคต
บูรณาการ “ทฤษฎี + ปฏิบัติ + Simulation” สู่ความเป็นเลิศทางการวิจัย
ในมุมมองของการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย (Safety Culture) การลงมือปฏิบัติจริงคือสิ่งทดแทนไม่ได้ มาตรฐานของเวียดนามบังคับให้หลักสูตรต้องเน้นการทดลอง การจำลอง การฝึกปฏิบัติ และการฝึกงาน โดยเฉพาะในสาขา Reactor Physics, Thermal Engineering และ Energy Systems ที่ต้องมีการฝึกใช้เครื่องจำลองการทำงานของเครื่องปฏิกรณ์ (Simulator) ควบคู่กับงานปฏิบัติด้านไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ
นอกจากนี้ สำหรับระดับปริญญาเอก การฝึกอบรมยังต้องผูกติดกับกลุ่มวิจัย (Research Group) และภารกิจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับชาติ เพื่อสร้างบุคลากรที่สามารถผลิตงานวิจัยเชิงลึกได้อย่างเป็นอิสระ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี
บทเรียนสำคัญสู่การกำหนดนโยบายของไทย
การขับเคลื่อนนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ ไม่ได้มีโจทย์เพียงแค่การเลือก “เทคโนโลยี” แต่สิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบคือ โครงสร้างพื้นฐานเชิงบูรณาการ ซึ่งประกอบด้วย: คน, การศึกษา, งานวิจัย, สถาบันและโครงสร้างพื้นฐาน, ระบบความปลอดภัย และเทคโนโลยีดิจิทัล
กรณีศึกษาจาก Decision No. 2888/QD-BGDDT ของเวียดนาม ตอกย้ำหลักคิดสำคัญที่คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์และ ปส. ยึดถือมาตลอดว่า:
“การเตรียม Nuclear Workforce ต้องเริ่มก่อนความต้องการกำลังคนจะเกิดขึ้นจริง” และกำลังคนด้านนิวเคลียร์แห่งอนาคต จะไม่ใช่เพียงผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์แบบเอกเทศ แต่คือเครือข่ายของนักรังสรรค์ที่สามารถผสาน Nuclear Engineering + Engineering + Safety + AI + Data + Digital Technology เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อความมั่นคงทางพลังงานและความปลอดภัยสูงสุดของประเทศ
บทความนี้เขียนโดย…
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ขอบคุณข้อมูลจาก Nuclear Engineering, Chulalongkorn University…https://www.facebook.com/share/p/18Rd5bDYEm/?mibextid=wwXIfr
ข้อมูลอ้างอิง: Ministry of Education and Training (MOET), Vietnam — Decision No. 2888/QD-BGDDT, Standards for master’s and doctoral training programs in nuclear power, 2026. (อ้างอิงจากรายงานข่าว Lao Động)
บทความนี้เผยแพร่ เว็บไซต์ www.oap.go.th และ Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/p/1XUje525Y8/
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

