บทความพิเศษ: 11 ผลงานเด่นเพื่อประชาชนและประเทศชาติ โดย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

                    สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) โดยสถาบันวิจัยพัฒนากำกับดูแลนิวเคลียร์และรังสี มุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและประเทศชาติ ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเราได้รวบรวม “11 ผลงานเด่น” ที่สร้างประโยชน์และผลกระทบเชิงบวก (Impact) ต่อสังคม ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาใน 5 มิติหลักอย่างครบถ้วน ดังนี้

                    มิติที่ 1: ความมั่นคงระหว่างประเทศและการเตือนภัย
                    1. การบริหารจัดการสถานีเฝ้าตรวจระหว่างประเทศภายใต้ CTBT: ประเทศไทยได้จัดตั้งสถานีเฝ้าตรวจ 2 แห่ง ได้แก่ สถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสี (RN65) ที่จังหวัดนครปฐม และสถานีเฝ้าตรวจความสั่นสะเทือนของพิภพ (PS41) ที่จังหวัดเชียงใหม่ ผลงานนี้ช่วยตอบสนองพันธกรณี CTBT สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนในการเฝ้าตรวจผลกระทบจากอาวุธนิวเคลียร์และโรงไฟฟ้า ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นต่อนานาชาติในนโยบายสันติของไทย
                    2. การใช้ประโยชน์ข้อมูลศูนย์ข้อมูลระหว่างประเทศ (IDC) ของ CTBT: ปส. ได้นำข้อมูลคลื่นไหวสะเทือนและคลื่นเสียงในน้ำส่งต่อให้กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมอุทกศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการเตือนภัยแผ่นดินไหวและสึนามิ รวมทั้งใช้ข้อมูลนิวไคลด์รังสีเพื่อตรวจสอบและยืนยันการแพร่กระจายของสารรังสีจากอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์
                    มิติที่ 2: ความปลอดภัยอาหารและสิ่งแวดล้อม
                    3. การพัฒนาเทคนิคการวิเคราะห์ทริเทียมในอาหาร (Organically Bounded Tritium): จากกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นมีแผนปล่อยน้ำปนเปื้อนทริเทียม ปส. จึงได้พัฒนาเทคนิคนี้เพื่อตรวจวัดอาหารนำเข้าจากญี่ปุ่น เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค และใช้เป็นฐานข้อมูลพื้นฐานก่อนการมีโรงไฟฟ้า SMR
                    4. การตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีในแม่น้ำภาคเหนือร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ (ผลงานที่ 6): ปส. ดำเนินการตรวจวัดรังสีและธาตุหายากในน้ำผิวดินและตะกอนของแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย เพื่อตรวจสอบผลกระทบจากเหมืองแร่ในต่างประเทศ ข้อมูลนี้ช่วยสนับสนุนภารกิจของกรมควบคุมมลพิษและใช้ประกอบการเจรจาระหว่างประเทศ
                    5. โครงการลดระดับความเสี่ยงภัยทางรังสีจากต้นกำเนิดรังสีในระบบนิเวศ (ผลงานที่ 8): ปส. กำหนดแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ที่มีรังสีธรรมชาติสูงกว่าพื้นหลัง เช่น บ่อน้ำร้อน หินแกรนิต และเหมืองเก่า เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เจ้าหน้าที่ และนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายเฝ้าตรวจสุขภาพในพื้นที่
                    มิติที่ 3: การกำกับดูแลและเหตุฉุกเฉินทางรังสี
                    6. การตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีในสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการกำกับดูแลสถานปฏิบัติการ (ผลงานที่ 4): ปส. ลงพื้นที่ตรวจวัดสิ่งแวดล้อมรอบสถานปฏิบัติการเป็นประจำ เช่น สทน. โครงการ BNCT และโรงพยาบาล เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายของ ปส. และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนด้านการกำกับดูแล
                    7. การตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีในสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน (ผลงานที่ 5): ข้อมูลจากการตรวจวัดจะถูกนำไปใช้ช่วยตัดสินใจเลือกมาตรการป้องกันอันตรายจากรังสีในช่วง early phase และ transition phase ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนและผู้ปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที
                   8. การพัฒนาเทคนิคการวิเคราะห์สทรอนเซียมในตัวอย่างดิน (ผลงานที่ 9): ปส. ได้พัฒนาเทคนิคการวิเคราะห์สทรอนเซียมเพื่อทดแทนเทคนิคเดิมที่มีราคาแพง และปรับปรุงให้เป็นวิธีมาตรฐานอ้างอิงสำหรับการวิเคราะห์ในดินและตัวกลางอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนงานกำกับดูแลและเหตุฉุกเฉิน
                   มิติที่ 4: สุขภาพประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน
                   9. การศึกษาและพัฒนาเทคนิคการตรวจวัดปริมาณเรดอนเพื่อความปลอดภัยทางรังสี (ผลงานที่ 7): เนื่องจากก๊าซเรดอนสามารถเกาะติดฝุ่น PM2.5 และเสี่ยงก่อให้เกิดมะเร็งปอด ปส. จึงริเริ่มวัดปริมาณเรดอนในที่พักอาศัยในพื้นที่ฝุ่น PM2.5 สูง (เริ่มที่จังหวัดเชียงใหม่) เพื่อใช้เป็นแนวทางลดความเสี่ยงมะเร็งทางเดินหายใจของประชาชน
                   10. การศึกษาแบบจำลองคำนวณปริมาณรังสีคอสมิกของลูกเรือสายการบินไทย (ผลงานที่ 10): ปส. จัดทำฐานข้อมูลการได้รับรังสีคอสมิกของลูกเรือพาณิชย์ไทยในแต่ละเส้นทางบิน ตามมาตรฐาน ICRP เพื่อนำข้อมูลไปบริหารจัดการและกำหนดแนวปฏิบัติที่ลดความเสี่ยงในระยะยาว
                    มิติที่ 5: พึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้า
                    11. เครื่องสำรวจรังสี (Survey Meter) หัววัด GM ออกแบบและผลิตสร้างเองในประเทศ: เพื่อแก้ปัญหาการนำเข้าเครื่องมือที่มีราคาสูงถึง 60,000-130,000+ บาท กลุ่มวิศวกรรม ปส. จึงได้ออกแบบและประกอบเครื่องเอง โดยนำเข้าเฉพาะหัววัด GM ทำให้ต้นทุนลดลงเหลือเพียง 10,000-15,000 บาทต่อเครื่อง ผลงานนี้ช่วยลดเงินตราไหลออกนอกประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการซ่อมบำรุงเอง และมีความพร้อมด้านเครื่องมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
                    ในนามของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เรายังคงยึดมั่นในภารกิจกำกับดูแลและพัฒนานวัตกรรมทางนิวเคลียร์และรังสี เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุด และส่งเสริมความกินดีอยู่ดีของประชาชนและประเทศชาติต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก สถาบันวิจัยพัฒนากำกับดูแลนิวเคลียร์และรังสี สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
บทความนี้เขียนโดย…
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
บทความนี้เผยแพร่บน Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ




สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

RSS
Facebook
X (Twitter)
YouTube
Skip to content