นับตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งประวัติศาสตร์ในปี ค.ศ. 2011 ภารกิจสำคัญของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ ประเทศญี่ปุ่น คือการฟื้นฟูและจัดการกับ “น้ำ” ที่ใช้ในกระบวนการหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ ซึ่งปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี
ประเด็นนี้ได้รับความสนใจจากทั่วโลก รวมถึง สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศไทย ที่ติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อถอดบทเรียนด้านการกำกับดูแลตามมาตรฐานสากล
วันนี้ ปส. จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกระบวนการจัดการน้ำของฟุกุชิมะ ว่ากลไกทางวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบโดยองค์กรระดับโลกอย่าง ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ทำงานอย่างไร เพื่อสร้างความมั่นใจต่อความปลอดภัยของมวลมนุษยชาติและสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดทางวิทยาศาสตร์คือ ระบบ ALPS ไม่สามารถแยก ทริเทียม (Tritium หรือ H-3) ซึ่งเป็นไอโซโทปของไฮโดรเจนออกจากน้ำได้ ดังนั้น ก่อนที่จะมีการปล่อยน้ำลงสู่ทะเล ญี่ปุ่นจึงต้องใช้กระบวนการ “เจือจางด้วยน้ำทะเล” อย่างมหาศาล เพื่อกดระดับความเข้มข้นของทริเทียมให้ต่ำลงจนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยสากลที่กำหนดไว้ โดยต้องผ่านการตรวจวัดและประเมินอย่างรัดกุมในน้ำทุกๆ ชุด
1. การประเมินแผนและผลกระทบอย่างรอบด้าน (Safety Review): คณะผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติของ IAEA ได้ทำการประเมินแผนการปล่อยน้ำอย่างละเอียด ทั้งขั้นตอนทางเทคนิค ผลกระทบทางรังสีต่อประชาชน ระบบนิเวศทางทะเล และความสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
2. การเฝ้าระวังแบบเกาะติด (Continuous Monitoring): แม้จะเริ่มปล่อยน้ำไปแล้ว แต่ภารกิจของ IAEA ยังไม่จบ พวกเขายังคงติดตามข้อมูล ประเมินผล และตรวจวัดระดับรังสีในสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์
3. การดึงนานาชาติร่วมพิสูจน์ (International Participation): เพื่อความโปร่งใสสูงสุด IAEA ได้ยกระดับการตรวจสอบ โดยเชิญนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญจากห้องปฏิบัติการชั้นนำของ จีน เกาหลีใต้ รัสเซีย และสวิตเซอร์แลนด์ มาร่วมลงพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ IAEA
บทสรุปมุมมองจาก ปส.:
วิทยาศาสตร์คือหลักประกันความปลอดภัย กรณีการจัดการน้ำของฟุกุชิมะ เป็นกรณีศึกษาที่ทรงคุณค่าสำหรับวงการนิวเคลียร์ทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าการกำจัดสารกัมมันตรังสีไม่ใช่แค่การบำบัดแล้วจบไป แต่ต้องอาศัยกลไกการเฝ้าระวัง การตรวจวัดทางห้องปฏิบัติการ และความร่วมมือระดับนานาชาติอย่างไม่ลดละ แม้หน่วยงานกำกับดูแลของญี่ปุ่นจะเป็นผู้รับผิดชอบหลักตามกฎหมายภายในประเทศ แต่การมี IAEA เข้ามาช่วยประเมินตามมาตรฐานสากล คือกุญแจสำคัญที่สร้างความโปร่งใส
บทความนี้เขียนโดย…
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ขอบคุณข้อมูลจาก Nuclear Engineering, Chulalongkorn University…
อ้างอิงข้อมูลจาก: IAEA — IAEA-led team samples ALPS-treated water at Fukushima Daiichi Nuclear Power Station under additional measures, 7 October 2026
บทความนี้เผยแพร่บน Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/1EzbJ5avYg/?mibextid=wwXIfr
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

