ในขณะที่ระบบโลจิสติกส์และการขนส่งทางทะเลทั่วโลกกำลังเร่งปรับตัวสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Maritime Decarbonization) ท่าเรือพาณิชย์สมัยใหม่ทั่วโลก รวมถึงท่าเรือยุทธศาสตร์ของไทย เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง (ระยะที่ 3) และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ต่างเผชิญกับอัตราความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเครนยกตู้สินค้าพลังงานไฟฟ้า (Electric Cranes) ระบบคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Logistics) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบจ่ายไฟฟ้าจากบนฝั่งสู่เรือขณะเทียบท่า (Onshore Power Supply: OPS หรือ Cold Ironing) เพื่อดับเครื่องยนต์เรือและตัดการปล่อยมลพิษในเขตชุมชนชายฝั่ง
รายงานเชิงยุทธศาสตร์ระดับโลกฉบับล่าสุดเรื่อง Advanced Nuclear Technology Use Within Port Environments โดยสมาคมจัดชั้นเรือลอยด์ส รีจิสเตอร์ (Lloyd’s Register: LR) ร่วมกับสมาคมท่าเรือแห่งสหราชอาณาจักร (British Ports Association: BPA) ได้เปิดมุมมองใหม่สู่อนาคตว่า: “ท่าเรือแห่งศตวรรษที่ 21 จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงจุดผ่านของตู้สินค้า แต่มีศักยภาพในการยกระดับสู่ ‘ศูนย์กลางพลังงานสะอาดแบบบูรณาการ’ (Clean Energy Hubs) โดยมีเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขั้นสูง ทั้งเครื่องปฏิกรณ์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) และไมโครรีแอกเตอร์ (Microreactor) เป็นหัวใจสำคัญ”
รายงานของ Lloyd’s Register และ BPA (2026) จำแนกรูปแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในบริบทของโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลและชายฝั่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก:
1. ระบบขับเคลื่อนเรือพาณิชย์ด้วยพลังงานนิวเคลียร์ (Nuclear-Powered Commercial Ships): การใช้เครื่องปฏิกรณ์ขนาดกะทัดรัดติดตั้งภายในเรือบรรทุกตู้สินค้าหรือเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ ทำให้เรือสามารถแล่นได้ต่อเนื่องนานหลายปีโดยไม่ต้องแวะเติมเชื้อเพลิง ซึ่งท่าเรือปลายทางต้องมีความพร้อมในการรองรับการเข้าเทียบท่า การเฝ้าระวังทางรังสี และระบบความปลอดภัยระดับสากล
2. SMR และไมโครรีแอกเตอร์บนบก (Land-based SMRs & Microreactors in Port Zones): การติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กกำลังผลิต 5–300 MWe หรือไมโครรีแอกเตอร์ขนาด 1–20 MWe ภายในเขตนิคมอุตสาหกรรมท่าเรือ เพื่อจ่ายไฟฟ้าคาร์บอนต่ำที่เสถียร 24 ชั่วโมง ให้แก่กิจกรรมท่าเรือ และจ่ายความร้อนทางวิศวกรรม (Process Heat) ไปผลิตไฮโดรเจนสีชมพู (Pink Hydrogen) และเชื้อเพลิงสังเคราะห์ (e-Fuels) เช่น กรีนแอมโมเนียและกรีนเมทานอล สำหรับเติมให้แก่กองเรือพาณิชย์
3. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำนอกชายฝั่ง (Offshore / Floating Nuclear Power Plants: FNPPs): เครื่องปฏิกรณ์ที่ประกอบสำเร็จบนทุ่นหรือแท่นลอยน้ำ สามารถลากมาจอดเทียบใกล้ท่าเรือเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าและกลั่นน้ำจืดจากทะเล (Desalination) โดยไม่กินพื้นที่บนบก และใช้ประโยชน์จากน้ำทะเลเป็นแหล่งระบายความร้อนฉุกเฉินตามธรรมชาติ
“ความท้าทายข้ามมิติ: เมื่อกฎหมายทางทะเลพบกับกฎหมายความปลอดภัยนิวเคลียร์”
การผสานเทคโนโลยีนิวเคลียร์เข้ากับพื้นที่ท่าเรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพร้อมทางวิศวกรรมเครื่องปฏิกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่มีความซับซ้อนในเชิงกำกับดูแลระดับพหุภาคี:
• ความทับซ้อนของกรอบอนุสัญญาโลก (Regulatory Convergence): การดำเนินงานต้องสอดรับกับทั้งอนุสัญญาความปลอดภัยทางทะเลขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO SOLAS Chapter VIII ว่าด้วยเรือนิวเคลียร์) และมาตรฐานความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของ IAEA ซึ่งปัจจุบัน IAEA ได้ริเริ่มโครงการสำคัญระดับโลกชื่อ ATLAS (Atomic Technologies Licensed for Applications at Sea) เพื่อสร้างกรอบกฎเกณฑ์ความปลอดภัย ความมั่นคง และการอนุญาตเครื่องปฏิกรณ์ลอยน้ำและการใช้งานนิวเคลียร์ทางทะเลร่วมกับภาคอุตสาหกรรม
• ความรับผิดทางแพ่งและการประกันภัย (Civil Nuclear Liability & Insurance): การกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนความเสียหายทางนิวเคลียร์ข้ามพรมแดนกรณีเรือนิวเคลียร์เข้าเทียบท่า จำเป็นต้องมีกฎหมายภายในประเทศที่เชื่อมโยงกับอนุสัญญาระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญากรุงเวียนนา (Vienna Convention)
• บันได 4 ขั้นสู่ความพร้อมของท่าเรือ (4-Tier Port Readiness Framework): Lloyd’s Register เสนอว่าท่าเรือต้องพัฒนาความพร้อมเริ่มจาก ระดับ 1 (Nuclear Literacy): บุคลากรมีความรู้พื้นฐานทางรังสี \rightarrow ระดับ 2 (Operational Readiness): มีแผนเผชิญเหตุและพื้นที่รองรับเรือ \rightarrow ระดับ 3 (Specialized Services): ให้บริการตรวจบำรุงรักษาระบบสนับสนุน \rightarrow ระดับ 4 (Energy Hub): เป็นศูนย์กลางผลิตและจ่ายพลังงานนิวเคลียร์เต็มรูปแบบ
“สถานะความพร้อมและการกำกับดูแลของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.)”
• การเชื่อมโยงระบบเฝ้าระวังรังสีท่าเรือสากล: ปส. ได้ติดตั้งและดูแลเครือข่ายสถานีตรวจวัดรังสีอัตโนมัติ (Radiation Portal Monitors: RPM) ณ ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือสำคัญทั่วประเทศ ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อตรวจจับวัสดุนิวเคลียร์และสารกัมมันตรังสีนอกการควบคุม (Megaports Initiative / Nuclear Smuggling Detection) ทำให้ไทยมีฐานข้อมูลและประสบการณ์ในการเฝ้าระวังรังสีบริเวณชายฝั่งอย่างเข้มแข็ง
• การมีส่วนร่วมในเวทีมาตรฐานสากล: ปส. ติดตามความก้าวหน้าของโครงการ IAEA ATLAS และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายนิวเคลียร์ทางทะเล (Maritime Nuclear Regulatory Working Group) อย่างใกล้ชิด เพื่อนำองค์ความรู้สากลมาแปลงเป็นข้อกำหนดภายในประเทศรองรับเทคโนโลยี SMR และการเดินเรือในอนาคต
“ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ”
เพื่อเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางน้ำและเขตเศรษฐกิจชายฝั่งของไทยให้เท่าทันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดโลก
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ขอเสนอชุดยุทธศาสตร์เชิงนโยบาย 4 ประการดังนี้:
1. ศึกษาความเป็นไปได้ “ท่าเรือแหลมฉบังและเขต EEC สู่ศูนย์กลางพลังงานคาร์บอนต่ำด้วย SMR” (Feasibility of Nuclear-Enabled Green Port)
• ปส. ประสานกระทรวงคมนาคม (การท่าเรือแห่งประเทศไทย: กทท.) บูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.), การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ ปส. ศึกษาความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ในการใช้ไฟฟ้าและความร้อนจาก SMR ขนาด 300 MWe ในการผลิตเชื้อเพลิงสีเขียว (แอมโมเนีย/ไฮโดรเจน) และจ่ายไฟระบบ Onshore Power Supply ในพื้นที่ท่าเรือ เพื่อผลักดันให้ท่าเรือของไทยเป็นท่าเรือเขียวระดับนำของเอเชีย
2. จัดทำกรอบกฎหมายรองรับเรือพลังงานนิวเคลียร์และเครื่องปฏิกรณ์ชายฝั่ง (National Maritime Nuclear Legal Framework)
• ปส. ร่วมกับกรมเจ้าท่าและกระทรวงการต่างประเทศ ยกร่างกฎกระทรวงและระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการควบคุมความปลอดภัยและการอนุญาตเรือพลังงานนิวเคลียร์พาณิชย์เข้าสู่น่านน้ำและเทียบท่าเรือไทย รวมถึงการพัฒนากฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางแพ่งเพื่อคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อมทางทะเลตามหลักการสากล
3. พัฒนาขีดความสามารถการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางรังสีทางทะเลและชายฝั่ง (Maritime Radiological Emergency Response System)
• ปส. บูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), กองทัพเรือ และการท่าเรือแห่งประเทศไทย ในการจัดทำแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินทางรังสีในเขตท่าเรือ (Port Radiological Emergency Plan) และจัดฝึกซ้อมแบบจำลองสถานการณ์วิกฤตทางทะเลร่วมกันเป็นประจำทุกปี
◦ 4. ยกระดับความรู้บุคลากรท่าเรือและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน (Port Nuclear Competency & Public Literacy Program)
• ปส. ขับเคลื่อนหลักสูตรการเสริมสร้างความเข้าใจความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (Nuclear Safety Literacy) ให้แก่เจ้าพนักงานท่าเรือ เจ้าหน้าที่ศุลกากร ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ และผู้นำชุมชนโดยรอบพื้นที่ชายฝั่ง เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง แยกแยะความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ และสร้างความไว้วางใจต่อมาตรฐานการกำกับดูแลของประเทศ
แนวคิดการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขั้นสูงมาใช้ในสิ่งแวดล้อมท่าเรือสะท้อนว่า “นิวเคลียร์ยุคใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องของโรงไฟฟ้า แต่คือโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดที่เชื่อมต่อกับเศรษฐกิจทางทะเลและห่วงโซ่อุปทานโลก”
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ยืนยันความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นเสาหลักด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี เรามุ่งมั่นวางกรอบมาตรฐานล่วงหน้าอย่างรอบคอบ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจสีเขียว ปกป้องทรัพยากรทางทะเล และคุ้มครองความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
บทความและข้อเสนอเชิงนโยบายโดย: นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
ขอบคุณข้อมูลจาก Nuclear Engineering, Chulalongkorn University…ขอบคุณข้อมูลจาก IAEA
เอกสารอ้างอิงและแหล่งข้อมูลเชิงประจักษ์ (References)
1. Lloyd’s Register (LR) & British Ports Association (BPA). (2026, October). Advanced Nuclear Technology Use Within Port Environments: Technical Feasibility, Infrastructure Tiers, and Regulatory Considerations. London, United Kingdom.
2. International Atomic Energy Agency (IAEA). (2025–2026). ATLAS Initiative: Atomic Technologies Licensed for Applications at Sea – Establishing Global Safety, Security, and Safeguards Frameworks for Marine and Floating SMRs. IAEA, Vienna.
3. International Maritime Organization (IMO). (2025). Safety Code for Nuclear Merchant Ships (Resolution A.482(XII)) and Interim Safety Recommendations for Floating Nuclear Power Installations. London, United Kingdom.
4. Office of Atoms for Peace (OAP). (2026). Strategic Regulatory Framework for Coastal and Maritime Nuclear Applications, Port Radiation Monitoring, and Public Safety Standards in Thailand. Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation, Thailand.
บทความนี้เผยแพร่ เว็บไซต์ และ Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

