สถาปัตยกรรมระบบระบายความร้อนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR กับการจัดการทรัพยากรน้ำไทย ถอดบทเรียนวิกฤตแม่น้ำดานูบปี 2026 สู่ข้อเสนอเชิงนโยบายการคัดเลือกสถานที่ตั้ง โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.)

💦สถาปัตยกรรมระบบระบายความร้อนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR กับการจัดการทรัพยากรน้ำไทย ถอดบทเรียนวิกฤตแม่น้ำดานูบปี 2026 สู่ข้อเสนอเชิงนโยบายการคัดเลือกสถานที่ตั้ง โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.)⚛️

                    📃หนึ่งในคำถามพื้นฐานที่สำคัญที่สุดเมื่อประเทศไทยพิจารณาบรรจุเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors: SMRs) เข้าสู่ (ร่าง) แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ไม่ใช่เพียงคำถามที่ว่า “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใช้น้ำมากแค่ไหน?” แต่คือคำถามเชิงยุทธศาสตร์ที่ว่า:
                  “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วโลกใช้น้ำจากแหล่งใด มีระบบระบายความร้อนอย่างไร และประเทศไทยควรออกแบบระบบหล่อเย็นรวมถึงคัดเลือกสถานที่ตั้ง (Site Selection) อย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะภูมิอากาศแปรปรวนในอนาคต?”

                   สืบเนื่องจากเหตุการณ์จริงในออสเตรีย ฮังการี และโรมาเนีย ในช่วงเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2026 ที่ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบ (Danube River) ลดต่ำลงและมีอุณหภูมิสูงขึ้นจากคลื่นความร้อนสปิลโอเวอร์ ส่งผลให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Paks (ฮังการี) และ Cernavodă (โรมาเนีย) ต้องปรับลดกำลังการผลิตลงชั่วคราวเพื่อปฏิบัติตามเกณฑ์สิ่งแวดล้อม เหตุการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาเชิงประจักษ์ว่า “น้ำ” ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบในการระบายความร้อน แต่คือปัจจัยชี้ขาดความเสถียรภาพและเสาหลักด้านความปลอดภัย (Ultimate Heat Sink: UHS)

                   ⚛️สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะองค์กรกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีระดับชาติ ขอพาทุกท่านร่วมถอดรหัสวิทยาศาสตร์ระบบระบายความร้อน วิเคราะห์ทางเลือกด้านเทคโนโลยี และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อวางรากฐานพลังงานสะอาดไทยอย่างยั่งยืน

                   “ถอดรหัสแหล่งน้ำและสถาปัตยกรรมระบบระบายความร้อนระดับโลก (Global Cooling Benchmarks)”

                    โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อน (Thermal Power Plant) ที่นำความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันไปต้มน้ำให้กลายเป็นไอหมุนกังหันผลิตไฟฟ้า หลังจากไอน้ำผ่านกังหันแล้ว ไอน้ำกลั่นตัวจะถูกระบายความร้อนผ่านระบบเครื่องควบแน่น (Condenser) เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ข้อมูลทางสถิติของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA, 2012; WNA, 2026) ระบุสัดส่วนการเลือกใช้แหล่งน้ำของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วโลก ดังนี้

• แหล่งน้ำทะเล (Oceans & Seas) 45%: นิยมใช้ในโรงไฟฟ้าบริเวณชายฝั่ง เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และจีน
• หอหล่อเย็นหมุนเวียน (Cooling Towers) 26%: หมุนเวียนน้ำภายในระบบเพื่อถ่ายเทความร้อนสู่อากาศ
• ทะเลสาบและอ่างเก็บน้ำ (Lakes & Reservoirs) 15%: ใช้น้ำจากแหล่งน้ำนิ่งขนาดใหญ่
• แม่น้ำ (Rivers) 14%: ใช้น้ำจากแม่น้ำสายหลัก เช่น แม่น้ำดานูบ แม่น้ำรอน (Rhône)

                    “ความแตกต่างเชิงวิทยาศาสตร์: “Water Withdrawal” ไม่เท่ากับ “Water Consumption”…“

                     ประเด็นที่สร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนแก่สาธารณชนมากที่สุด คือการปะปนระหว่างสองนิยามทางวิศวกรรม

                     1. ปริมาณน้ำที่ดึงมาใช้ (Water Withdrawal): คือปริมาณน้ำที่สูบจากแหล่งธรรมชาติผ่านเครื่องควบแน่น แล้วปล่อยกลับคืนสู่แหล่งน้ำเดิมทันที ในระบบระบายความร้อนแบบเปิดผ่านครั้งเดียว (Once-Through Cooling) มีการดึงน้ำมาใช้ประมาณ 100,000–160,000 ลิตรต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง (L/MWh) แต่น้ำมากกว่า 99% ไม่ได้สูญหายไปไหน เพียงแต่น้ำที่ปล่อยกลับจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย (\Delta T ประมาณ 3–8°C) ซึ่งต้องกำกับดูแลไม่ให้กระทบต่อระบบนิเวศทางน้ำ
                     2. ปริมาณน้ำที่สูญเสียไปจากระบบ (Water Consumption): คือปริมาณน้ำที่ระเหยกลายเป็นไอสู่อย่างชั้นบรรยากาศ ในระบบหอหล่อเย็นแบบเปียก (Wet Cooling Tower) แม้จะลดปริมาณการดึงน้ำจากธรรมชาติลงได้ถึง 95% (ดึงน้ำเพียง 2,000–3,000 L/MWh) แต่น้ำส่วนใหญ่จะสูญเสียไปกับการระเหย จึงต้องมีการเติมน้ำใหม่ (Make-up Water) เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง

                     “ถอดบทเรียนวิกฤตแม่น้ำดานูบปี 2026 สู่สภาพบริบทประเทศไทย”🇹🇭

                     เหตุการณ์ระดับน้ำแม่น้ำดานูบฟื้นตัวช้าและอุณหภูมิน้ำสูงขึ้นเกิน 25°C ในปี 2026 ทำให้โรงไฟฟ้า Paks (ฮังการี) ต้องปรับลดกำลังการผลิตเพื่อไม่ให้อุณหภูมิน้ำที่ปล่อยกลับสูงเกิน 30°C ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ส่วนโรงไฟฟ้า Cernavodă (โรมาเนีย) ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำเข้า (Intake Level) อย่างใกล้ชิด บทเรียนนี้ให้ข้อสรุปทางวิชาการว่า: การออกแบบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องประเมินสภาพอากาศและแหล่งน้ำล่วงหน้าภายใต้สภาวะวิกฤตสุดขั้ว (Extreme Climate Events) ตลอดอายุการใช้งาน 60 ปี

                     สภาวะบริบทของประเทศไทย
• พื้นที่ชายฝั่งทะเล (อ่าวไทยและอันดามัน): มีปริมาณน้ำทะเลมหาศาล ไม่มีข้อจำกัดด้านปริมาณน้ำ เหมาะแก่ระบบ Once-Through หรือ Hybrid แต่ต้องออกแบบโครงสร้างรับมือคลื่นพายุหมุนฝั่ง (Storm Surge) การกัดเซาะชายฝั่ง และแมงกะพรุนเปลี่ยนฤดู
• พื้นที่แหล่งน้ำภายในประเทศ (แม่น้ำสายหลักและอ่างเก็บน้ำ): ในช่วงฤดูแล้ง อัตราการไหลของแม่น้ำในไทยมีความผันผวนสูง การใช้ระบบ Once-Through อาจเกิดข้อจำกัดเรื่องอุณหภูมิน้ำปล่อยกลับ การเลือกใช้ SMR เทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยอากาศ (Dry Cooling) หรือระบบไฮบริด (Wet-Dry Hybrid) จึงเป็นทางเลือกทางวิศวกรรมที่เหมาะสมที่สุด

                    “ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อประเทศไทย โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ”

                   เพื่อเตรียมความพร้อมในการคัดเลือกสถานที่ตั้งและเทคโนโลยี SMR ให้สอดรับกับทรัพยากรน้ำและความปลอดภัยทางสิ่งแวดล้อมของประเทศ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ขอเสนอชุดยุทธศาสตร์เชิงนโยบาย 4 ประการดังนี้:

                   1. ตราเกณฑ์การประเมินสถานที่ตั้งนิวเคลียร์ครอบคลุมความเสี่ยงภูมิอากาศ (Climate-Resilient Site Evaluation Standard)

                   ปส. อยู่ระหว่างดำเนินการออกประกาศหลักเกณฑ์การประเมินความเหมาะสมของสถานที่ตั้ง (Site Evaluation) ตามมาตรฐาน IAEA Safety Standards Series No. SSR-1 โดยบังคับให้ผู้ขอใบอนุญาตต้องนำแบบจำลองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศย้อนหลัง 50 ปี และคาดการณ์อนาคต 60 ปี (รวมถึงฉากทัศน์ภัยแล้งจัด ระดับน้ำทะเลขึ้นสูง และอุณหภูมิน้ำสูงสุด) มาใช้ในการออกแบบระบบระบายความร้อน

                    2. กำหนดนโยบายส่งเสริมเทคโนโลยี SMR ระบบหล่อเย็นแบบแห้งและไฮบริด (Inland Dry/Hybrid SMR Policy)

                    กรณีพิจารณาพื้นที่ตั้ง SMR ในบริเวณ内陸 (Inland) หรือใกล้เขตอุตสาหกรรมที่ไกลจากชายฝั่ง กำหนดให้เลือกใช้เทคโนโลยี SMR ที่รองรับระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air-Cooled / Dry Cooling System) หรือระบบไฮบริด เพื่อลดการพึ่งพาทรัพยากรน้ำธรรมชาติ และป้องกันความขัดแย้งในการแย่งชิงน้ำกับภาคการเกษตรและอุปโภคบริโภค

                    3. จัดทำ “แผนที่มาตรฐานนิเวศวิทยาทางน้ำและเกณฑ์อุณหภูมิน้ำปล่อยกลับแห่งชาติ” (National Thermal Discharge & Aquatic Limits Map)

                    ปส. ดำเนินการบูรณาการร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมควบคุมมลพิษ และกรมชลประทาน ในการกำหนดค่ามาตรฐานอุณหภูมิสูงสุดของน้ำที่ปล่อยออกจากโรงไฟฟ้า (\Delta T Limits) สำหรับพื้นที่ชายฝั่งและแม่น้ำทั่วประเทศ เพื่อคุ้มครองระบบนิเวศการประมงและสัตว์น้ำอย่างเด็ดขาด

                    4. ยกระดับระบบเฝ้าระวังสมรรถนะแหล่งรับความร้อนแบบเรียลไทม์ (Real-Time UHS Environment Monitoring Network)

                    กำหนดให้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SMR ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำ ระดับน้ำ และอุณหภูมิแบบอัตโนมัติบริเวณจุดดึงน้ำและจุดปล่อยน้ำ โดยเชื่อมโยงสัญญาณข้อมูลแบบเรียลไทม์เข้าสู่ศูนย์ปฏิบัติการของ ปส. ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่กำกับดูแลสามารถสั่งการปรับลดกำลังการผลิตได้ทันทีหากพบเงื่อนไขสภาวะแวดล้อมที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย

บทสรุป

                     บทเรียนจากแม่น้ำดานูบในปี 2026 สะท้อนว่า “การเลือกเทคโนโลยี SMR ที่เหมาะสม ต้องมาพร้อมกับระบบระบายความร้อนที่สอดรับกับภูมิศาสตร์ของประเทศ” ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมทั้งพื้นที่ชายฝั่งและนวัตกรรมระบายความร้อนแบบแห้ง การวางหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่เข้มงวด โปร่งใส และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ขั้นตอนคัดเลือกสถานที่ตั้ง จะเป็นหลักประกันสูงสุดที่ทำให้การใช้งาน SMR ในประเทศไทยเกิดความปลอดภัย มั่นคง และเป็นที่ยอมรับของประชาชนอย่างยั่งยืน

บทความและข้อเสนอเชิงนโยบายโดย: นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

เอกสารอ้างอิงและแหล่งข้อมูลเชิงประจักษ์ (References)
1. International Atomic Energy Agency (IAEA). (2012). Efficient Water Management in Water Cooled Reactors. IAEA Nuclear Energy Series No. NP-T-2.6, Vienna.
2. International Atomic Energy Agency (IAEA). (2019). Site Evaluation for Nuclear Installations. IAEA Safety Standards Series No. SSR-1, Vienna.
3. World Nuclear Association (WNA). (2026). Cooling Power Plants and Extreme Weather Impacts: Lessons from Europe’s 2026 Heatwave and Low River Flows. WNA Technical Reports.
4. Office of Atoms for Peace (OAP). (2026). Regulatory Guidelines for Site Evaluation and Environmental Protection of Small Modular Reactors (SMRs) in Thailand. Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation, Thailand.

บทความนี้เผยแพร่บน Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/1Jjcu43RYL/?mibextid=wwXIfr




สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

RSS
Facebook
X (Twitter)
YouTube
Skip to content