ห้องปฏิบัติการนิเวศวิทยารังสีภาคพื้น (Terrestrial Radioecological Laboratory)

วัตถุประสงค์

ศึกษานิเวศวิทยาทางรังสีภาคพื้นของนิวไคลด์รังสีธรรมชาติและนิวไคลด์รังสีที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลทางด้านนิวเคลียร์และรังสีของประเทศไทย

เพื่อตรวจวัดความเข้มข้นของเรดอนในตัวอย่างสิ่งแวดล้อมด้วยด้วยเครื่องมือวัดก๊าซเรดอนRAD7 Electronic radon detector และการใช้เทคนิคการกัดรอยทางรังสี

สอดคล้องกับภารกิจของ ปส. อย่างไร

การศึกษาวิจัยด้านนิเวศวิทยารังสีภาคพื้นฯ เป็นการดำเนินการเพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์และรังสี ดังนี้

1. วิจัยและพัฒนาด้านนิเวศวิทยารังสีภาคพื้นฯ เพื่อการกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี

2. ให้การสนับสนุนด้านวิชาการแก่หน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง

3. สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายวิจัยทั้งในและต่างประเทศ

Terrestrial Radioecological Laboratory

จุดเด่น

  • ห้องปฏิบัติการมีเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีที่ได้รับมาตรฐาน
    และมีการทวนสอบภายในอย่างสม่ำเสมอ เช่น
    • ระบบวัดแกมมาสเปคโตรเมตรี
    • เครื่องวัดก๊าซเรดอน RAD7 Electronic radon detector
  • มีเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ในการตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีในสิ่งแวดล้อม ทั้งในภาวะปรกติและกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
  • มีความพร้อมในการให้บริการสำหรับการศึกษาวิจัยแก่หน่วยงานราชการ/มหาวิทยาลัย รวมถึงการฝึกงานของนักศึกษา

การใช้ประโยชน์

  • การตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีในตัวอย่างสิ่งแวดล้อม (ดิน ตะกอน หิน พืช และน้ำ)
  • การศึกษาวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับรังสีในระบบนิเวศวิทยาภาคพื้น เช่น
    • การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ระหว่างนิวไคลด์รังสีและลักษณะทางธรณีวิทยาของพื้นที่
    • การเคลื่อนย้ายของนิวไคลด์รังสีในสิ่งแวดล้อมและในห่วงโซ่อาหาร
    • การศึกษาปริมาณและผลกระทบทางรังสีต่อสิ่งแวดล้อม ประชาชน และผู้ปฏิบัติงานทางรังสี
    • ประยุกต์ใช้เทคนิคทางรังสี (Pb-210 และ Cs-137) ในการวิเคราะห์หาอัตราการสะสมของตะกอน/ดิน

บทความวิจัย

ห้องปฏิบัติการนิเวศวิทยารังสีภาคพื้น (Terrestrial Radioecological Laboratory)

1.Ngansom, W., Rodphothong, D., Itthipoonthanakorn, T., Niyomdecha, S., Dürrast, H., Intaratat, I., Chanruang, P., Saengkorakot, C. and Yongprawat, M. 2024. Investigation of radiogeology and environmental geochemistryof quarry ponds in post-tin mining areas of phuket island, southern Thailand. Journal of Cleaner Production. In press.

2. Ngansom, W., Rodphothong, D., Itthipoonthanakorn, T., Niyomdecha, S., Dürrast, H. and Yongprawat, M. 2022. Hydrogeological environments and radon activities of saline geothermal hot spring sites located along eastern and western coastlines of southern Thailand. Journal of Contaminant Hydrology.

3. Itthipoonthanakorn, T. Niyomdecha, S., Pato, P. and Yaodam, K. 2021. The Study of Radionuclide Migration in Rice Field Ecosystems. งานประชุมวิชาการข้าว 2564.

งานวิจัยที่นำเสนอภาคบรรยาย

Itthipoonthanakorn, T, Niyomdecha, S., Tungtrakoon, P., Tumnoi, Y., Srisawad, P., and Chanyotha, S. 2024. Deposition of Cs-137 in Forest Soil of Thailand. 49th STT Conference.

. Niyomdecha. S, Ngansom, W., Rodphothong, D., Yongprawat, M, Tungtrakoon, P., Tumnoi, Y. and Itthipoonthanakorn, T. 2024. Radiological Risk Assessment of Abandoned Tin Mines in Phuket and Songkhla Provinces. 49th STT Conference.

Niyomdecha. S, Ngansom, W., Rodphothong, D., Yongprawat, M., Tumnoi, Y. and Itthipoonthanakorn, T. 2023. The Study of Natural Radionuclides and Stable Cs Cycling in Rice Paddy Ecosystem of Thai Fragrant Rice. 48th STT Conference.

Itthipoonthanakorn, T, Shaw, G., Crout, N.,Niyomdecha, S. and Srisawad, P. 2023. Modelling 210Pb for Dating of Forest Soil Profiles. 48th STT Conference.

Itthipoonthanakorn, T. Niyomdecha, S., Pato, P. and Yaodam, K. 2021. The Study of Radionuclide Migration in Rice Field Ecosystems.งานประชุมวิชาการข้าว.

งานวิจัยที่นำเสนอภาคโปสเตอร์

Skip to content