“ภัยน้ำท่วมกับความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์: มาตรฐานการกำกับดูแลโดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (OAP)”

                    เมื่อกล่าวถึงภัยธรรมชาติที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ประชาชนส่วนใหญ่มักนึกถึงแผ่นดินไหวหรือพายุรุนแรง แต่ในมุมมองของ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ …“ภัยน้ำท่วม (Flooding)” ถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามหลักที่ต้องถูกนำมาประเมินอย่างเข้มงวดตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการเลือกพื้นที่ตั้ง (Site Evaluation)
                    เหตุผลสำคัญที่ ปส. และทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เนื่องจากน้ำท่วมเป็นภัยที่สามารถส่งผลกระทบต่อระบบรักษาความปลอดภัยหลายระบบพร้อมกัน (Common-Cause Failure) เช่น ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าสำรอง ระบบระบายความร้อน และอุปกรณ์ควบคุม หากระบบเหล่านี้ล้มเหลวพร้อมกัน อาจนำไปสู่อุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ที่มีความรุนแรงได้
                    กลไกการเกิดน้ำท่วมที่ ปส. และมาตรฐานสากลกำหนดให้ต้องประเมินคือ ในการพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ ปส. ยึดมั่นในแนวทางความปลอดภัยระดับสากล โดยอ้างอิงมาตรฐานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และแนวปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับ เช่น ของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการนิวเคลียร์แห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. NRC) ซึ่งกำหนดให้ต้องประเมินปัจจัยที่ก่อให้เกิดน้ำท่วมครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่:
                    • ฝนตกหนักและน้ำหลาก (Heavy Rainfall and Flash Floods): ปริมาณน้ำฝนสูงสุดที่เป็นไปได้ในพื้นที่
                    • น้ำล้นตลิ่งจากแม่น้ำหรือแหล่งน้ำ (Riverine Flooding): การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตามฤดูกาลและสภาวะวิกฤต
                    • พายุหมุนเขตร้อนและคลื่นพายุซัดฝั่ง (Hurricane and Storm Surge): อิทธิพลจากสภาพอากาศรุนแรง
                    • คลื่นสึนามิและคลื่นนิ่ง (Tsunami and Seiche): ภัยจากแผ่นดินไหวใต้น้ำหรือการสั่นสะเทือนในแหล่งน้ำปิด
                    • ความล้มเหลวของเขื่อนต้นน้ำ (Dam Failures): ผลกระทบจากการพังทลายของโครงสร้างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือโรงไฟฟ้า
                    • ระบบระบายน้ำภายในพื้นที่ (Local Drainage): ประสิทธิภาพในการระบายน้ำออกจากบริเวณโรงไฟฟ้าเมื่อเกิดวิกฤต
                    • มาตรฐานการออกแบบเพื่อรองรับน้ำท่วม (Design-Basis Flood)
                    การประเมินภัยน้ำท่วมไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ว่า “ระดับน้ำจะท่วมสูงเท่าไร” แต่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติจะพิจารณาครอบคลุมถึงผลกระทบเชิงพลศาสตร์ทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างอาคารและระบบความปลอดภัย ได้แก่ แรงดันของน้ำ แรงกระแทกจากคลื่น ความเร็วในการไหลของน้ำ รวมถึงเศษซากปรักหักพังที่มากับน้ำ
                    โครงสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์จะต้องถูกออกแบบตามหลักเกณฑ์ Design-Basis Flood ซึ่งหมายถึงการออกแบบให้สามารถรองรับสภาวะน้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดที่คาดการณ์ได้ โดยมีมาตรการป้องกันที่ ปส. กำหนดให้ต้องมี เช่น
                    1. การถมยกระดับพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดที่ออกแบบไว้
                    2. การสร้างกำแพงกั้นน้ำ (Flood Wall / Levee / Seawall) ที่มีความแข็งแรงทางวิศวกรรม
                    3. การออกแบบโครงสร้างอาคาร ประตู และช่องเปิดต่างๆ ให้เป็นระบบกันน้ำ (Water-tight) เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้าสู่พื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์สำคัญ

                     การประเมินพื้นที่ด้วยข้อมูลที่แม่นยำและทันสมัย
                     ตามมาตรฐานของ IAEA SSG-18 (Meteorological and Hydrological Hazards in Site Evaluation) ที่ ปส. ยึดถือ
ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องจัดเก็บข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาอย่างละเอียด และทำการวิเคราะห์ทั้งแบบ Deterministic (ประเมินจากเหตุการณ์รุนแรงที่สุด) และแบบ Probabilistic (ประเมินตามหลักความน่าจะเป็น) ที่สำคัญคือจะต้องคำนึงถึง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่อาจทำให้ภัยธรรมชาติมีความรุนแรงและถี่ขึ้นในอนาคต
                     บทสรุปสู่ความมั่นใจของประชาชน
                     หลักการกำกับดูแลของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ไม่ได้ตั้งคำถามในขั้นตอนการประเมินพื้นที่เพียงแค่ว่า… “พื้นที่นี้เคยมีประวัติน้ำท่วมหรือไม่?”
                     แต่ ปส. จะต้องตั้งคำถามที่ลึกลงไปเพื่อความปลอดภัยสูงสุดว่า… “หากเกิดภัยน้ำท่วมในระดับที่ “รุนแรงที่สุด” โรงไฟฟ้าหรือสถานประกอบการทางนิวเคลียร์แห่งนี้ จะยังคงสามารถรักษาฟังก์ชันด้านความปลอดภัยที่สำคัญ เพื่อป้องกันอันตรายจากรังสีต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมได้หรือไม่?”
                     นี่คือความมุ่งมั่นของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ในการนำกรอบการทำงานแบบ Flood Hazard Assessment มาเป็นองค์ประกอบชี้ขาดในการประเมินพื้นที่และการออกแบบ เพื่อให้คนไทยมั่นใจได้ว่า ทุกกิจกรรมทางนิวเคลียร์และรังสีภายใต้การกำกับดูแลของเรา จะมีความปลอดภัยสูงสุดในทุกสถานการณ์
                      ขอบคุณข้อมูลจาก Nuclear Engineering, Chulalongkorn University…https://www.facebook.com/share/p/1BsUcW9Q9X/?mibextid=wwXIfr
                      นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
                      เอกสารอ้างอิงตามมาตรฐานสากล (International Regulatory Framework): • IAEA, Safety Guide SSG-18: Meteorological and Hydrological Hazards in Site Evaluation for Nuclear Installations • U.S. NRC, NUREG/CR-7046: Design-Basis Flood Estimation for Site Characterization at Nuclear Power Plants in the United States of America • U.S. NRC, Regulatory Guide 1.59 และ Regulatory Guide 1.102: การประเมินและป้องกันภัยน้ำท่วมสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
                     บทความนี้เผยแพร่ Website และ Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/p/1CXLj2KnCL/?mibextid=wwXIfr




สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

RSS
Facebook
X (Twitter)
YouTube
Skip to content