เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่บนแผ่นดินที่เราคุ้นเคย ปัจจุบันประชาคมโลกกำลังจับตามองนวัตกรรมใหม่อย่าง “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บนแพลตฟอร์มลอยน้ำ” (Floating Nuclear Power Plant) และ “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์นอกชายฝั่ง” (Offshore Nuclear Power Plant)
ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีระดับชาติ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ติดตามแนวโน้มและเตรียมความพร้อมด้านองค์ความรู้ เพื่อรองรับเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ด้วยความร่วมมือระดับสากลและมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเล ปส. ทำงานประสานกับ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 IAEA ได้เปิดตัว โครงการ ATLAS (Atomic Technologies Licensed for Applications at Sea) เพื่อสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในภาคการเดินเรือและพลังงานนอกชายฝั่ง
สำหรับมุมมองด้านการกำกับดูแล ความท้าทายของเทคโนโลยีนี้ไม่ได้มีเพียงการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ที่ปลอดภัย
แต่คือ การบูรณาการมาตรฐานความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (Nuclear Safety) เข้ากับกฎระเบียบพาณิชย์นาวี (Maritime Regulations) ซึ่ง ปส. จะต้องศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมด้านกรอบกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
การประเมินความปลอดภัยและโจทย์ใหญ่ทางวิศวกรรม
แม้สถาบันชั้นนำระดับโลกอย่าง MIT, Core Power และ Idaho National Laboratory (INL) ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) จะได้ศึกษาความเป็นไปได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำ (เช่น โครงการ Offshore Floating Nuclear Plant ขนาด 300 MWe) แต่ในมิติของการกำกับดูแล ปส. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ “การประเมินความปลอดภัยภายใต้สภาวะวิกฤต”
สภาพแวดล้อมทางทะเลมีความแตกต่างจากบนบกโดยสิ้นเชิง ปส. จำเป็นต้องพิจารณาเกณฑ์ความปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่ส่งผลต่อระบบของเครื่องปฏิกรณ์ เช่น:
ผลกระทบจากการเคลื่อนที่: คลื่น ลม และกระแสน้ำ ส่งผลต่อการไหลของน้ำหล่อเย็นและการถ่ายเทความร้อนในแกนเครื่องปฏิกรณ์อย่างไร
ระบบหล่อเย็นตามธรรมชาติ (Natural Circulation): หากแพลตฟอร์มเกิดการเอียงหรือโคลง ระบบความปลอดภัยฉุกเฉินยังสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่
ภัยพิบัติภายนอก (External Hazards): การออกแบบโครงสร้างเพื่อรองรับพายุ สึนามิ หรืออุบัติเหตุจากการชนของเรือ
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล: การจัดทำแผนฉุกเฉินและการป้องกันการปนเปื้อนของสารรังสีสู่ระบบนิเวศทางทะเลในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
ความแตกต่างที่ส่งผลต่อกรอบการกำกับดูแล ในทางกฎหมายและการกำกับดูแล ปส. จำเป็นต้องจำแนกประเภทของเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ชัดเจน เนื่องจากแต่ละประเภทมีข้อกำหนดทางวิศวกรรมและใบอนุญาตที่แตกต่างกัน
1. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำ (Floating Nuclear Power Plant): สร้างบนแพลตฟอร์มลอยน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าส่งเข้าสู่สายส่งบนฝั่ง
2. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์นอกชายฝั่ง (Offshore Nuclear Power Plant): อาจติดตั้งบนโครงสร้างถาวรที่ยึดติดกับพื้นทะเล คล้ายแท่นขุดเจาะ
3. เรือที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ (Nuclear-Powered Ship): เครื่องปฏิกรณ์ทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวเรือเป็นหลัก
การเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในมุมมองของ ปส.
แม้ว่าการประกาศความร่วมมือหรืองานวิจัยในระดับโลก จะยังไม่ได้หมายความว่าเทคโนโลยีนี้พร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในวันนี้ แต่สำหรับประเทศไทย ปส. เล็งเห็นว่านี่คือหัวข้อสำคัญในการประเมินทางเลือกด้านพลังงานในอนาคต
หน้าที่หลักของ ปส. คือ การสร้างความมั่นใจว่า หากในอนาคตประเทศไทยมีความจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เราจะมีกรอบกำกับดูแลที่พร้อมและเข้มแข็งเพียงพอ สิ่งที่ ปส. กำลังดำเนินการเตรียมการ ได้แก่
การศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ชายฝั่งและเกณฑ์การประเมินสถานที่ตั้ง (Site Evaluation)
การพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์ควบคู่กับวิศวกรรมทางทะเล
การติดตามปรับปรุงกฎกระทรวงและมาตรฐานความปลอดภัยให้ก้าวทันเทคโนโลยีโลก
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จะยังคงยึดมั่นในภารกิจหลัก เพื่อกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีให้แก่ประชาชนและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าเทคโนโลยีแห่งอนาคตจะอยู่บนแผ่นดิน หรือก้าวลงสู่ผืนทะเลก็ตาม
ขอบคุณข้อมูลจาก Nuclear Engineering, Chulalongkorn University…. https://www.facebook.com/share/p/1HNMuLaczw/?mibextid=wwXIfr
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
บทความนี้เผยแพร่ เว็บไซต์ www.oap.go.th และ Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/p/1VCzjLNQYa/?mibextid=wwXIfr
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

