จากกรณีที่นายเยฟกีนี โทมิคิน (Evgeny Tomikhin) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้กล่าวถึงทิศทางการค้าทวิภาคีระหว่างรัสเซียและไทยที่มีแนวโน้มเติบโต และได้เสนอทางเลือกในการทำความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors: SMRs) ให้กับประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่ผ่านมานั้น
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ ขอแจ้งท่าทีและการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในประเด็นดังกล่าว
ศักยภาพของเทคโนโลยี SMR ในมุมมองความปลอดภัยและการใช้ประโยชน์
ข้อมูลจากทางรัสเซียระบุว่า เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของรัสเซียได้รับการพัฒนาจากเครื่องยนต์ที่สร้างขึ้นสำหรับเรือตัดน้ำแข็ง ปัจจุบันรัสเซียถือเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบลอยน้ำที่ใช้งานจริง และกำลังมีคำสั่งซื้อเพิ่มเติมอีก 2-3 แห่ง
ทางรัสเซียให้มุมมองว่า SMR อาจเหมาะสมกับความต้องการเฉพาะด้านมากกว่าโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมที่ปกติต้องใช้ระยะเวลาก่อสร้างอย่างน้อย 5 ถึง 7 ปี
ในแง่ของการใช้ประโยชน์ SMR เพียง 1 หรือ 2 เครื่อง สามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ขนาดใหญ่ได้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ เครื่องปฏิกรณ์แบบลอยน้ำยังสามารถเคลื่อนย้ายเพื่อส่งกระแสไฟฟ้าไปยังพื้นที่ห่างไกลได้อีกด้วย
“ทิศทางของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในภูมิภาคและความมั่นคงทางพลังงาน”
ปัจจุบัน บริษัท Rosatom ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านพลังงานนิวเคลียร์ของรัฐบาลรัสเซีย กำลังดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศจีน และมีข้อตกลงความร่วมมือกับหลายประเทศ เช่น อิหร่าน อินเดีย ตุรกี อียิปต์ เวียดนาม และบังกลาเทศ ในระดับภูมิภาคอาเซียน ประเทศอินโดนีเซียเองก็กำลังพิจารณาโครงการในลักษณะนี้เช่นกัน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วต่างพยายามหาทางเสริมสร้างความมั่นคงและพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน เพื่อลดภาระการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยที่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นจำนวนมาก
“การขยายความร่วมมือและบทบาทการกำกับดูแลของ ปส.”
แม้ว่ามูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างไทยและรัสเซียจะเติบโตสูงถึง 1.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ และกระทรวงพลังงานของทั้งสองประเทศได้แสดงความสนใจอย่างมากที่จะขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมไปถึงด้านเทคโนโลยี แต่ท่านทูตรัสเซียได้กล่าวย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่า การนำเสนอเทคโนโลยี SMR เป็นเพียงการมอบข้อมูลและเปิดทางเลือกเท่านั้น โดยการตัดสินใจขั้นสุดท้ายย่อมขึ้นอยู่กับรัฐบาลไทย
สำหรับ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) แม้ว่าแนวนโยบายทางพลังงานระดับชาติจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำหนด แต่ในด้าน “การกำกับดูแลความปลอดภัย” นั้นถือเป็นพันธกิจหลักของเรา
หากในอนาคตประเทศไทยมีมติตัดสินใจเปิดรับเทคโนโลยี SMR เข้ามาใช้งาน ไม่ว่าจะมาจากประเทศรัสเซียหรือแหล่งเทคโนโลยีใดก็ตาม
ปส. มีความพร้อมเต็มที่ที่จะทำหน้าที่ประเมินและกำกับดูแลทางวิชาการ เพื่อให้การติดตั้งและใช้งานเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กในไทย เป็นไปตามกฎหมายด้านนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ ตลอดจนสอดคล้องกับมาตรฐานระดับสูงสุดของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
ปส. จะยังคงติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี SMR อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นหน่วยงานหลักทางวิชาการและเป็นที่พึ่งพิงด้านความปลอดภัยให้แก่รัฐบาลและประชาชน เพื่อรับประกันว่าการประยุกต์ใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ จะต้องอยู่บนรากฐานของความโปร่งใส ความยั่งยืน และความปลอดภัยต่อประชาชนไทยเป็นอันดับหนึ่งเสมอ
ขอบคุณข้อมูลจาก Ajanapanya, N. (2026, September 30). Russia sees huge trade potential with Thailand, proposes SMR talks. The Nation. https://www.nationthailand.com/business/trade/40071718
บทความนี้เขียนโดย…
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เผยแพร่ในเว็บไซด์ www.oap.go.th และบน Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/p/1DBRwmvtNJ/
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

