สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ รายงานความก้าวหน้าเทคโนโลยีนิวเคลียร์ระดับสากล: การเปลี่ยนผ่านสู่ “Nuclear for Industry” และการเตรียมความพร้อมด้านการกำกับดูแลของไทย

                    ทิศทางการใช้พลังงานนิวเคลียร์ทั่วโลกกำลังขยายขอบเขตจากการผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบสายส่ง (Grid) สู่การเป็นแหล่งพลังงานทางตรงสำหรับภาคอุตสาหกรรม ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน 2026 บริษัท Viaro Energy จากสหราชอาณาจักร ซึ่งประกอบธุรกิจด้านปิโตรเลียม (Oil & Gas) ได้ประกาศความร่วมมือกับ Terrestrial Energy ผู้พัฒนาเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) ประเภท Integral Molten Salt Reactor (IMSR) เพื่อศึกษาการนำพลังงานนิวเคลียร์มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหนัก

                   พัฒนาการที่สำคัญของเทคโนโลยี SMR ในภาคอุตสาหกรรม มีประเด็นทางวิชาการที่น่าสนใจดังนี้:
                  * การผลิตความร้อนอุณหภูมิสูง (Industrial Heat): โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น โรงกลั่นน้ำมัน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และกระบวนการผลิต LNG ต้องการทั้งไฟฟ้าและไอน้ำอุณหภูมิสูงตลอดเวลา เทคโนโลยี IMSR ถูกออกแบบมาให้สามารถจ่ายความร้อนได้สูงถึง 585 องศาเซลเซียส ซึ่งเพียงพอต่อการทดแทนการเผาไหม้ก๊าซธรรมชาติ
                 * เครือข่ายความร่วมมืออุตสาหกรรมระดับโลก: กลุ่ม Industrial Advanced Nuclear Consortium (IANC) ภายใต้การสนับสนุนของ The Open Group ได้รวบรวมบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ เช่น Chevron, ExxonMobil, Shell เพื่อร่วมกันศึกษาการนำ SMR มาใช้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล (AI Data Center) ที่ต้องการความเสถียรทางพลังงานสูง
                 * กลยุทธ์การลดคาร์บอน (Decarbonization): การนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาผลิตความร้อนและไฟฟ้าในบริเวณพื้นที่โรงงานโดยตรง (On-site generation) ถือเป็นเทคโนโลยีทางเลือกที่ภาคเอกชนระดับโลกกำลังศึกษา เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
                 บทบาทและการเตรียมความพร้อมของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
                 สำหรับประเทศไทยซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมหนักที่ใช้พลังงานสูง ทั้งปิโตรเคมี โรงกลั่น และนิคมอุตสาหกรรม แนวคิด “Nuclear for Industry” จึงเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มเทคโนโลยีในอนาคต
                 แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่มีการตัดสินใจสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีระดับชาติ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ดำเนินงานเชิงรุกเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยี SMR และ Advanced Nuclear ดังนี้:
                1. การพัฒนากรอบกฎหมายและแนวทางกำกับดูแล (Regulatory Framework Update) สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อทบทวนและปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดภายใต้ พ.ร.บ. พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้ครอบคลุมเทคโนโลยีการออกแบบเตาปฏิกรณ์รุ่นใหม่ (Gen-IV) โดยเฉพาะเกณฑ์การอนุญาตจัดตั้ง (Licensing) สำหรับ SMR ที่อาจมีการติดตั้งใกล้หรือภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีข้อกำหนดเรื่องระยะปลอดภัย (Emergency Planning Zone: EPZ) ที่แตกต่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ในอดีต
                2. การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยเชิงวิศวกรรมควบคู่ (Co-generation Safety Standards) การนำ SMR มาใช้เพื่อผลิตทั้งไฟฟ้าและความร้อน (Co-generation) ให้กับโรงงานเคมีหรือโรงกลั่น จำเป็นต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่รัดกุมเป็นพิเศษ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้จัดคณะทำงานศึกษาแนวทางการประเมินความปลอดภัยของรอยต่อทางวิศวกรรม (Interface Safety) เพื่อให้มั่นใจว่า หากเกิดอุบัติเหตุในฝั่งโรงงานอุตสาหกรรม จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และในทางกลับกัน
                3. การยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร (Capacity Building) สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้ร่วมมือกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) อย่างใกล้ชิด โดยเข้าร่วมในเวที SMR Regulators’ Forum เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการกำกับดูแลกับนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีการจัดอบรมเชิงลึกให้กับนักวิชาการและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ให้มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเชื้อเพลิงแบบใหม่ เช่น เกลือหลอมเหลว (Molten Salt) และก๊าซอุณหภูมิสูง (HTGR)
                4. การประเมินความเหมาะสมของพื้นที่และสิ่งแวดล้อม (Site Evaluation & Environmental Protection) สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เตรียมพร้อมแนวทางการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและรังสี (Radiological Environmental Impact Assessment) สำหรับบริบทของประเทศไทย โดยอ้างอิงมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของ IAEA เพื่อให้มั่นใจว่าระบบนิเวศ แหล่งน้ำ และชุมชนโดยรอบ จะได้รับการปกป้องอย่างสมบูรณ์แบบหากมีการนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้จริง
                 5. การสื่อสารสาธารณะบนฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (Public Engagement) สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ มุ่งมั่นที่จะเป็นเสาหลักด้านข้อมูลทางวิชาการที่โปร่งใส เชื่อถือได้ และตรวจสอบได้ โดยพร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน นักวิชาการ และผู้ประกอบการ ถึงข้อดี ข้อจำกัด และมาตรฐานความปลอดภัยของเทคโนโลยี SMR อย่างตรงไปตรงมา
                 สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ขอยืนยันพันธกิจในการทำหน้าที่ “กำกับดูแลการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ โดยยึดมั่นในความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนและสิ่งแวดล้อม” สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จะติดตามเทคโนโลยี SMR อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมสูงสุดในด้านการกำกับดูแล ไม่ว่าทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศในอนาคตจะก้าวไปในทิศทางใดก็ตาม
                 นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
                 บทความนี้เผยแพร่ เว็บไซต์ www.oap.go.th และ Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/1BmRSL7WxV/?mibextid=wwXIfr
                 ขอบคุณข้อมูลจาก Nuclear Engineering, Chulalongkorn University …https://www.facebook.com/share/p/1EHTFPB9dx/?mibextid=wwXIfr




สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

RSS
Facebook
X (Twitter)
YouTube
Skip to content