เมื่อระบบอาหารทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่าน ชุมชนต่างๆ เริ่มแสวงหาแหล่งอาหารที่ยั่งยืนและอุดมด้วยโภชนาการ “แมลงกินได้” (Edible insects) และ “อาหารใหม่” (Novel foods) กำลังได้รับความสนใจอย่างก้าวกระโดดในฐานะแหล่งโปรตีนทางเลือกสำหรับทั้งมนุษย์และสัตว์
ปัจจุบัน มีแมลงกินได้มากกว่า 2,000 สายพันธุ์ทั่วโลก และประชากรราว 2 พันล้านคน (ร้อยละ 30 ของประชากรโลก) บริโภคแมลงเป็นประจำ โดยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารในอย่างน้อย 113 ประเทศ ทั้งในแอฟริกา เอเชียแปซิฟิก และละตินอเมริกา
อย่างไรก็ตาม ความน่าสนใจของอุตสาหกรรมนี้กำลังขยายตัวไปไกลกว่าตลาดดั้งเดิม โดยคาดการณ์ว่าความต้องการโปรตีนจากแมลงเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์จะพุ่งสูงจาก 10,000 เมตริกตัน เป็น 500,000 เมตริกตันภายในปี 2030 เนื่องจากแมลงสามารถเปลี่ยนอาหารให้เป็นโปรตีนได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ
ในตลาดใหม่ๆ เช่น สหภาพยุโรป (EU) แมลงถูกจัดอยู่ในหมวด “อาหารใหม่” (Novel foods) ซึ่งครอบคลุมถึงอาหารที่ไม่ได้มีการบริโภคอย่างแพร่หลายก่อนปี 1997 การที่แมลงกินได้และอาหารใหม่เหล่านี้จะเจาะตลาดสากลได้ งานวิจัยเพื่อยืนยันความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นจึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
ความท้าทายด้านความปลอดภัยและบทบาทของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ในมุมมองของการกำกับดูแลความปลอดภัย แมลงและอาหารทางเลือกมีประโยชน์ทางโภชนาการสูง แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายที่ต้องควบคุมอย่างรัดกุม:
• อันตรายทางชีวภาพ: เนื่องจากแมลงมีโปรตีนและความชื้นสูง หากกระบวนการผลิต แปรรูป และจัดเก็บไม่เหมาะสม จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของจุลินทรีย์ก่อโรคได้
• อันตรายทางเคมี: แมลงสามารถดูดซับสารพิษตามธรรมชาติและสารเคมีทางการเกษตรจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ซึ่งสารเหล่านี้สามารถส่งผ่านเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้
• ความซับซ้อนของอาหารใหม่ประเภทอื่น: อาหารที่ปรับแต่งโครงสร้างโมเลกุล อาหารจากการเพาะเลี้ยงเซลล์หรือเนื้อเยื่อ (Cell/tissue culture) ตลอดจนอาหารที่สกัดจากจุลินทรีย์ เชื้อรา หรือสาหร่าย ล้วนมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในลักษณะคล้ายคลึงกัน
ความท้าทายสำคัญที่ทุกประเทศกำลังเผชิญ คือ “การขาดแคลนวิธีทดสอบที่ได้มาตรฐานและสอดคล้องกัน” ทำให้ยากต่อการเปรียบเทียบผลลัพธ์ ติดตามแนวโน้ม และออกมาตรการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ปัญหานี้ ศูนย์ร่วม FAO/IAEA ด้านเทคนิคระดับนิวเคลียร์ในอาหารและการเกษตร (Joint FAO/IAEA Centre) จึงได้ริเริ่ม โครงการวิจัยร่วม (Coordinated Research Project: CRP) ระยะเวลา 5 ปี เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของแมลงกินได้และอาหารใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์และเทคนิคที่เกี่ยวข้องเข้ามาวิเคราะห์อันตรายทางเคมี ชีวภาพ และกายภาพด้วยความแม่นยำสูง
เป้าหมายหลักของโครงการวิจัยระดับโลกนี้ ได้แก่:
1. ตรวจสอบอันตรายที่รู้จักและยังไม่รู้จักในแมลงกินได้ (ทั้งจากธรรมชาติและฟาร์มเลี้ยง) เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่ครอบคลุม
2. ระบุอันตรายในอาหารใหม่ (Novel foods) ประเภทอื่นๆ และวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะ
3. ศึกษาความเสี่ยงทางเคมีและชีวภาพที่เกิดจากแนวปฏิบัติในการผลิตและการแปรรูป
4. พัฒนา ปรับปรุง และตรวจสอบความถูกต้องของเทคนิคทางนิวเคลียร์ ไอโซโทป และเทคนิคเสริมอื่นๆ เพื่อการตรวจจับอันตราย
ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย โดย ปส. ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการเพาะเลี้ยงและส่งออกแมลงกินได้ (เช่น จิ้งหรีด) การขับเคลื่อนของ IAEA ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยต้องเตรียมความพร้อม สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) จึงขอเสนอแนวทางเชิงนโยบายต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. บูรณาการเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อยกระดับมาตรฐานฟาร์มแมลงไทย: ปส. ควรกระชับความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำองค์ความรู้และเทคนิคไอโซโทป (Isotopic techniques) จาก IAEA มาใช้ตรวจสอบย้อนกลับและตรวจจับการตกค้างของสารเคมีทางการเกษตรในห่วงโซ่การผลิตแมลงกินได้ เพื่อสร้างเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยที่อ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์ระดับงงนิวเคลียร์
2. ปรับประสานมาตรฐานการทดสอบอาหารใหม่ (Harmonization of Standards): รัฐบาลควรจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อพัฒนาวิธีการทดสอบอันตรายในอาหารใหม่ (Novel foods) และแมลงกินได้ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ร่วมวิจัยโดย FAO/IAEA ซึ่งจะช่วยทลายกำแพงกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะในตลาดยุโรป (EU) ที่มีมาตรการนำเข้าอาหารใหม่ที่เข้มงวด
3. การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีการฉายรังสีอาหาร: รัฐควรสนับสนุนการขยายขีดความสามารถของศูนย์ฉายรังสี เพื่อใช้ในการควบคุมจุลินทรีย์ก่อโรคและยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์จากแมลงและอาหารทางเลือก ซึ่งเป็นวิธีการแปรรูปที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าปลอดภัยและสามารถรักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้
4. สนับสนุนทุนวิจัยนวัตกรรมด้านอาหารปลอดภัย: ให้ทุนสนับสนุนนักวิจัยไทยในการเข้าร่วมโครงการ CRP ของ IAEA เพื่อศึกษาลักษณะเฉพาะของความเสี่ยงในกระบวนการผลิตอาหารท้องถิ่น สร้างฐานข้อมูลความปลอดภัยที่ครอบคลุมตั้งแต่แมลงปศุสัตว์ไปจนถึงเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง (Lab-grown meat)
การผสานเทคโนโลยีขั้นสูงระดับนิวเคลียร์เข้ากับการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านอาหาร จะเป็นกุญแจสำคัญที่พลิกโฉมประเทศไทยจากการเป็นเพียง “แหล่งผลิต” สู่การเป็น “ผู้นำด้านมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารแห่งอนาคต” ที่ทั่วโลกให้การยอมรับอย่างยั่งยืน
บทความนี้เขียนโดย…นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ขอบคุณข้อมูลจาก: James Sasanya และ Christina Vlachou, IAEA Department of Nuclear Sciences and Applications, ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
บทความนี้เผยแพร่บน Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/p/195fFPNy5M/?mibextid=wwXIfr
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

