โครงการ Project Power ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์สหรัฐฯ–เกาหลีใต้…บทวิเคราะห์จากมุมมองการกำกับดูแล

                    ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ติดตามทิศทางและการบริหารจัดการโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระดับสากลอย่างใกล้ชิด การประกาศความร่วมมือด้านการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2026 ภายใต้กรอบ “Project Power” นับเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการด้านเทคโนโลยี การกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทาน และการบริหารความเสี่ยงสำหรับโครงการขนาดใหญ่

                    โครงการนี้มีเป้าหมายในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่รวม 8 เครื่องในสหรัฐฯ ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจในมิติของการกำกับดูแลและการบริหารจัดการโครงการ ดังนี้
                    1. การรับรองเทคโนโลยีและการขยายฐานมาตรฐานความปลอดภัย
โครงการนี้เลือกใช้เตาปฏิกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงแล้ว 2 รูปแบบ รวม 8 เครื่อง ได้แก่:
                    • APR1400 จำนวน 2 เครื่อง: เทคโนโลยีที่พัฒนาโดยเกาหลีใต้
                    • AP1000 จำนวน 6 เครื่อง: เทคโนโลยีของบริษัท Westinghouse สหรัฐอเมริกา
                   มุมมองด้านการกำกับดูแล:
                   สำหรับเกาหลีใต้ การนำ APR1400 ไปก่อสร้างในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก ถือเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญมาก เนื่องจากสหรัฐฯ มีคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการนิวเคลียร์ (US NRC) ที่มีมาตรฐานการออกใบอนุญาตที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความสำเร็จนี้สะท้อนพัฒนาการของเกาหลีใต้ที่เปลี่ยนผ่านจาก “ผู้รับเทคโนโลยีนิวเคลียร์จากต่างประเทศ” สู่การเป็น “ผู้ส่งออกเทคโนโลยี” ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
                  2. การบริหารโครงสร้างพื้นฐานและการกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Oversight)
                  จุดเด่นของความร่วมมือนี้ไม่ใช่เพียงการ “ขายเครื่องปฏิกรณ์” แต่คือการเชื่อมโยงระบบนิเวศอุตสาหกรรม บริษัทจากเกาหลีใต้จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในโครงการ AP1000 ทั้งในด้านการจัดหาอุปกรณ์ งานก่อสร้าง และการบริหารสัญญาแบบเบ็ดเสร็จ (EPC) ตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน
                  มุมมองด้านการกำกับดูแล:
                  การบูรณาการระหว่างเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์ของสหรัฐฯ กับศักยภาพการผลิตและ EPC ของเกาหลีใต้ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพ (Quality Assurance/Quality Control) ข้ามพรมแดนอย่างรัดกุม เพื่อให้มั่นใจว่าชิ้นส่วนและกระบวนการก่อสร้างทั้งหมดสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงของประเทศเจ้าบ้าน
                 3. การประเมินความเสี่ยงด้านทุนก่อสร้างและการวางแผนระยะดำเนินการ
                 โครงการนี้มีกรอบวงเงินสูงสุดถึง 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแบ่งเป็นต้นทุนการก่อสร้างประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์ และมีการจัดสรรเงินสำรองสำหรับต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น (Contingency) อีก 2 หมื่นล้านดอลลาร์
                  นอกจากการจัดการความเสี่ยงด้านการเงินแล้ว ลำดับการก่อสร้างยังถูกวางแผนเป็นระยะ (Phasing) อย่างเป็นระบบ ได้แก่:
                  1. ก่อสร้าง AP1000 จำนวน 2 เครื่อง
                  2. ก่อสร้าง APR1400 จำนวน 2 เครื่อง + AP1000 จำนวน 2 เครื่อง
                  3. ก่อสร้าง AP1000 อีก 2 เครื่องในระยะสุดท้าย
                  มุมมองด้านการกำกับดูแล:
                  การมีกรอบเงินสำรองที่ชัดเจนสะท้อนถึงความเข้าใจในความซับซ้อนของโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งมักมีปัจจัยท้าทายระหว่างการก่อสร้างและการตรวจสอบความปลอดภัย นอกจากนี้ การทยอยก่อสร้างเป็นระยะจะช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถประเมินผลกระทบ ตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้าง และนำบทเรียนจากระยะแรกมาปรับปรุงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระยะถัดไปได้ดียิ่งขึ้น
                  4. การประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ (Site Evaluation)
                  ขณะนี้รายละเอียดสถานที่ก่อสร้างกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมีพื้นที่ในรัฐ Ohio, Tennessee, South Carolina และ Kentucky อยู่ในการพิจารณา
                  มุมมองด้านการกำกับดูแล:
                  การเลือกสถานที่ตั้งต้องผ่านกระบวนการประเมินทางภูมิวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยต่อชุมชนอย่างเข้มงวด (Site Licensing) ซึ่งแต่ละรัฐมีข้อกำหนดเชิงพื้นที่ที่แตกต่างกัน หน่วยงานกำกับดูแลจะต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ การบริหารจัดการน้ำระบายความร้อน และแผนฉุกเฉินทางรังสีในพื้นที่นั้นๆ
                  บทสรุปจาก ปส.
                  Project Power ไม่ใช่เพียงการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์อีก 8 โรง แต่เป็นการสร้าง “ฐานความร่วมมือใหม่” ของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์สหรัฐฯ–เกาหลีใต้ ที่ครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์ การผลิต การก่อสร้าง (EPC) ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทาน หากโครงการนี้เดินหน้าได้ตามกรอบเวลา จะเป็นหมุดหมายสำคัญที่ยืนยันถึงการกลับมาขยายตัวของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ และเป็นกรณีศึกษาด้านความร่วมมือระหว่างประเทศที่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกควรนำมาถอดบทเรียน
                 ขอบคุณข้อมูลจาก Nuclear Engineering, Chulalongkorn University…https://www.facebook.com/share/p/1Lpkwt3t6s/?mibextid=wwXIfr
                 บทความนี้เขียนโดย…
                 นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
อ้างอิง: U.S. Department of Commerce และกระทรวงอุตสาหกรรม เกาหลีใต้ รูปประกอบ: Westinghouse
                 บทความนี้เผยแพร่บนเว็บไซต์ www.oap.go.th และ Facebook สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ https://www.facebook.com/share/p/1GswrtULVL/?mibextid=wwXIfr




สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เผยแพร่โดย : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม เบอร์โทรศัพท์ภายใน 1110 , 1120

RSS
Facebook
X (Twitter)
YouTube
Skip to content